สหภาพยุโรปจัดการประชุมนานาชาติเพื่อหารือสันติภาพในฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์
สหภาพยุโรปได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญของผู้แทนจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในสัปดาห์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหารือเกี่ยวกับเสถียรภาพ ความมั่นคง และสันติภาพในระยะยาวในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 20 เมษายน 2569 และมีผู้เข้าร่วมสำคัญหลายฝ่าย
การประชุมหารือเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
ในการประชุมดังกล่าว แม็กซิม เปรวอต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียม ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ร่วมกับหัวหน้าคาจา คัลลาส ฝ่ายนโยบายการต่างประเทศของสหภาพยุโรป การประชุมนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านและพันธมิตร ซึ่งดึงความสนใจของประชาคมโลกไปยังตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง
เปรวอตได้แถลงก่อนเปิดการประชุมว่า ชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกกลางยังคงเผชิญกับความยากลำบาก โดยถูกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์โจมตีหลายครั้ง และสภาพในฉนวนกาซายังเสียหายอย่างหนักจากผลของสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส สถานการณ์เหล่านี้ทำให้ความหวังในการแก้ปัญหาแบบ 2 รัฐยังคงเลือนราง อย่างไรก็ตาม เปรวอตประกาศว่า เบลเยียมและหลายชาติในยุโรป รวมถึงกลุ่มหุ้นส่วนชาติอาหรับ ยังคงเชื่อมั่นว่าแนวทางแก้ปัญหาแบบ 2 รัฐเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพอย่างถาวรสำหรับทุกฝ่าย รวมถึงอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ และจะส่งผลให้เกิดเสถียรภาพในระยะยาวทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง
ข้อเรียกร้องและความร่วมมือจากฝ่ายปาเลสไตน์
โมฮัมเหม็ด มุสตาฟา นายกรัฐมนตรีฝ่ายปกครองปาเลสไตน์ ได้เข้าร่วมการประชุมและแถลงว่า ฉนวนกาซาจำเป็นต้องมีรัฐเดียว รัฐบาลเดียว กฎหมายเดียว และเป้าหมายเดียว นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมืออย่างมีประสิทธิผลระหว่างกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคงต่าง ๆ ผู้รับบทบาทระหว่างประเทศ และปาเลสไตน์ เพื่อผลักดันให้เกิดโครงสร้างความมั่นคงที่ชอบธรรมในฉนวนกาซา
มุสตาฟายังได้เรียกร้องให้มีการปลดและรวบรวมอาวุธอย่างค่อยเป็นค่อยไปและด้วยความรับผิดชอบจากทุกกลุ่มติดอาวุธ พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิสราเอลถอนทหารออกจากฉนวนกาซาอย่างสิ้นเชิง ในขณะเดียวกัน ชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ชี้ว่าพวกเขายังคงถูกอิสราเอลควบคุมอย่างเข้มงวดและถูกโจมตีเพิ่มขึ้น โดยอาศัยสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านเป็นข้ออ้าง
แรงหนุนทางการเมืองและสถานการณ์ล่าสุด
รายงานชี้ว่า การก้าวลงจากตำแหน่งของวิคเตอร์ ออร์บาน อดีตนายกรัฐมนตรีฮังการี ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล อาจสร้างแรงหนุนทางการเมืองภายในสหภาพยุโรปเพียงพอที่จะนำไปสู่การคว่ำบาตรกลุ่มชาวอิสราเอลที่ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ หรือการระงับความสัมพันธ์กับอิสราเอลบางส่วน ก่อนหน้านี้ ผู้นำหลายประเทศในสหภาพยุโรปได้ร่วมกันประณามอิสราเอลและกดดันเนทันยาฮู เกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามของอิสราเอลต่อกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา รวมถึงวิกฤตการณ์ที่ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากประชาคมนานาชาติเข้าไม่ถึงชาวปาเลสไตน์
การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของประชาคมโลกในการแสวงหาทางออกเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ท้าทายและต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง



