เกิดปรากฏการณ์ "สึนามิทุเรียน" (Durian Tsunami) ทั่วประเทศมาเลเซีย เมื่อผลผลิตทุเรียนล้นตลาดอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาดิ่งลงกว่า 90% โดยเฉพาะทุเรียนสายพันธุ์พรีเมียมอย่างมูซังคิง (Musang King) ราคาลดลงจากเดิมกิโลกรัมละประมาณ 730 บาท เหลือเพียง 49-73 บาท ขณะที่ทุเรียนพื้นบ้าน (Kampung Durian) ราคาตกเหลือลูกละ 4 บาทเท่านั้น
สาเหตุของสึนามิทุเรียน
สื่อท้องถิ่นและสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า วิกฤตราคาทุเรียนครั้งนี้เกิดจากการขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประกอบกับผลผลิตบางส่วนที่ไม่ได้มาตรฐานสำหรับการส่งออกถูกตีกลับจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก ส่งผลให้ทุเรียนปริมาณมหาศาลทะลักกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศ จนเกิดภาวะสินค้าล้นตลาดอย่างรุนแรง มาเลเซียเป็นผู้ผลิตทุเรียนรายใหญ่ในอาเซียน มีผลผลิตมากกว่า 550,000 ตันต่อปี และขณะนี้อยู่ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด
ราคาทุเรียนแต่ละสายพันธุ์
ทุเรียนสายพันธุ์พรีเมียมอย่างมูซังคิงและหนามดำ ราคาขายปลีกตามแผงริมถนนในย่านเซกัมบุต พบว่ามีราคาไม่ถึง 25 ริงกิต (ประมาณ 204 บาท) ต่อลูก ส่วนทุเรียนสายพันธุ์ทั่วไป เช่น พันธุ์ 101 และกุ้งแดง (Red Prawn) ราคาลดลงเหลือลูกละ 2 ริงกิต (ประมาณ 15 บาท) ขณะที่ทุเรียนพื้นบ้านเผชิญราคาตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี เหลือเพียงลูกละ 0.50 ริงกิต หรือประมาณ 4 บาท
กลยุทธ์การตลาดแบบเร่งระบาย
พ่อค้าแม่ค้าต้องเร่งระบายสินค้าเพื่อตัดวงจรขาดทุน โดยบางร้านแจกถุงพลาสติกให้ลูกค้าเลือกหยิบทุเรียนใส่เองคิดราคาเป็นรายลูก ขณะที่บางร้านจัดโปรโมชันแจกกระสอบป่านให้ลูกค้ายัดทุเรียนให้แน่นที่สุดแล้วคิดราคาเหมาจ่ายเพียงกระสอบละ 100 ริงกิต (ประมาณ 815 บาท) ทำให้เกิดการเข้าคิวซื้ออย่างล้นหลาม
มุมมองจากผู้ค้าและหน่วยงาน
นายเชียะ คิม ไว ผู้จัดการร้าน "DurianMan" ในย่านเปอตาลิงจายา นอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ เปิดเผยว่า "ทุเรียนในปีนี้กลายเป็นทุเรียนที่ราคาถูกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตอนนี้ทุเรียนได้กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงและซื้อกินได้อย่างง่ายดาย ราคามันเหมือนกับทุเรียนพื้นบ้านในสมัยก่อนเลย" อย่างไรก็ตาม นายเชียะยอมรับว่าผู้ค้าหลายรายกำลังกังวลกับสถานการณ์นี้เนื่องจากกำไรลดลงอย่างมาก แต่จำเป็นต้องขายต่อไปเพราะทุเรียนเป็นผลไม้สดที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน หากไม่รีบเทขายสินค้าก็จะเน่าเสียและขาดทุนหนักกว่า
ด้านนายไฟซอล อิสวาร์ดี อิสมาอิล รองผู้อำนวยการองค์การตลาดเกษตรแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย (FAMA) เปิดเผยว่า "ทางเราได้รับข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมล่วงหน้าแล้วว่าปีนี้จะเกิดปรากฏการณ์ 'สึนามิมูซังคิง' ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ ตามคาด อย่างไรก็ตาม เราหวังว่าราคาทุเรียนจะสามารถฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า"
ปฏิกิริยาจากผู้บริโภค
จากการสำรวจความเห็นของผู้บริโภคที่มาร่วมงานอีเวนต์ซึ่งจัดโดยหน่วยงานด้านการเกษตร ต่างแสดงความตื่นเต้นและยินดีกับวิกฤตราคาครั้งนี้ โดยชาวมาเลเซียรายหนึ่งกล่าวว่า "ตอนนี้คนมาเลเซียได้กินทุเรียนในราคาที่ถูกลงมาก ๆ มันทำให้พวกเรามีความสุขจริง ๆ" แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความกดดันให้เกษตรกร แต่สำหรับผู้บริโภคแล้ว นี่คือช่วงเวลาทองในการลิ้มรสราชาแห่งผลไม้ในราคาที่จับต้องได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์



