อิสราเอลสั่งเจรจาโดยตรงกับเลบานอน ตั้งเป้าปลดอาวุธเฮซบอลลาห์-สันติภาพยั่งยืน
อิสราเอลสั่งเจรจาโดยตรงเลบานอน เป้าปลดอาวุธเฮซบอลลาห์

อิสราเอลสั่งเปิดเจรจาโดยตรงกับเลบานอน ตั้งเป้าปลดอาวุธเฮซบอลลาห์และสันติภาพยั่งยืน

ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเปิดการเจรจาโดยตรงกับทางการเลบานอนโดยเร็วที่สุดแล้ว โดยมีเป้าหมายหลัก 2 ประการ ได้แก่ การปลดอาวุธของกลุ่มเฮซบอลลาห์อย่างสมบูรณ์ และการสร้างข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับคำเรียกร้องหลายครั้งของรัฐบาลเลบานอน อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูย้ำชัดเจนว่า ยังไม่มีการหยุดยิงในเลบานอนในขณะนี้ และอิสราเอลจะเดินหน้าการโจมตีทางทหารต่อไปจนกว่าพลเมืองอิสราเอลจะได้รับความปลอดภัยอย่างแท้จริง

การโจมตีรุนแรงในเลบานอนส่งผลยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงทะลุ 300 คน

ท่ามกลางการประกาศเจรจา การโจมตีในเลบานอนยังคงดำเนินไปอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2569 ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของกลุ่มเฮซบอลลาห์โดยอิสราเอลเพียงวันเดียว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 303 คน และบาดเจ็บมากกว่า 1,100 คน กลายเป็นวันที่มีความสูญเสียมากที่สุดในเลบานอนนับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลลาห์รอบล่าสุดปะทุขึ้น

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลใส่ถนนในเมืองคายฟูน ทางตอนกลางของเลบานอน เมื่อวันที่ 9 เมษายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คนและบาดเจ็บอีก 13 คน บรรยากาศที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเบรุตเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางเข้ามายืนยันอัตลักษณ์ของคนรู้จักที่เสียชีวิตจากการโจมตีอย่างไม่ขาดสาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเลบานอนยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ภายใต้ซากอาคารที่ถูกโจมตีตามจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ใจกลางกรุงเบรุตและชานเมืองทางตอนใต้ของเมืองหลวงซึ่งมีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากฝ่ายเลบานอนและอิหร่านต่อการเจรจาและการโจมตี

นาวาฟ ซาลาม นายกรัฐมนตรีเลบานอน ระบุว่า เตรียมยื่นคำร้องต่อองค์การสหประชาชาติ หลังอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในเลบานอนจนยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูง ซึ่งถือเป็นการละเลยหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เลบานอนยังเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า กระทรวงการต่างประเทศเลบานอนและทำเนียบประธานาธิบดีเลบานอนไม่ได้รับการแจ้งจากอิสราเอลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเจรจา พร้อมย้ำว่า การเจรจาไม่อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้การโจมตีที่ยังดำเนินอยู่

ด้านอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้หนุนหลังกลุ่มเฮซบอลลาห์ มาซูด เปเชซเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า การโจมตีเลบานอนของอิสราเอลถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจนและอาจทำให้การเจรจาไร้ความหมาย ขณะที่โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า เลบานอนและกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านจะต้องถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ ด้วย พร้อมเตือนว่าฝ่ายที่ละเมิดข้อตกลงจะต้องเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรง

สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและบรรยากาศการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปากีสถาน

แม้จะมีประกาศหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมาเกือบ 2 วันแล้ว แต่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงไม่คลี่คลาย ข้อมูลจากเว็บไซต์มารีน แทรฟฟิก เผยให้เห็นว่า นับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนเป็นต้นมา มีเรือเพียงจำนวนน้อยที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ โดยระหว่างวันที่ 8-9 เมษายน มีเรือเพียง 11 ลำเท่านั้นที่ผ่านได้ จากปกติที่จะมีเรือผ่านวันละประมาณ 138 ลำก่อนเกิดสงคราม รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดอยู่ แต่เรือทุกลำต้องประสานงานกับกองทัพอิหร่านก่อนจึงจะผ่านได้ โดยอ้างข้อจำกัดทางเทคนิคในช่วงสงคราม

ส่วนบรรยากาศที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ทางการได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย จัดกำลังเจ้าหน้าที่คุมเข้มตามท้องถนนหลายสายของเมือง พร้อมประกาศวันหยุดกรณีพิเศษ 2 วัน ในช่วงวันที่ 10-11 เมษายน ก่อนหน้าการเจรจาครั้งสำคัญระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่คาดว่าจะเริ่มอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 10 เมษายน ทำเนียบขาวระบุว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นผู้นำทีมผู้แทนเจรจาที่ปากีสถานในวันเสาร์นี้ โดยมีสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ร่วมคณะด้วย

ปฏิกิริยาจากนานาชาติและความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ในขณะเดียวกัน หลายประเทศในยุโรปได้ออกมาแสดงความกังวลและประณามการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์และยอมรับไม่ได้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทรูธ โซเชียล ระบุว่าอิหร่านไม่ควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และหากกำลังทำอยู่ก็ควรต้องยุติทันที นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การประณามอิสราเอลหลังโจมตีนักข่าวจนเสียชีวิตที่กาซา และการขู่ตอบโต้ของอิหร่านหากอิสราเอลไม่หยุดโจมตีเลบานอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความตึงเครียดที่ยังคงดำรงอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง