คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2567 ลงเหลือร้อยละ 2.7 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.0 สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย
รายละเอียดการปรับลดประมาณการ
กนง. ระบุว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และสหภาพยุโรป ส่งผลให้อุปสงค์จากต่างประเทศลดลง ขณะที่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังไม่เต็มที่นัก เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังต่ำกว่าคาด
ปัจจัยภายในประเทศ
นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความท้าทายภายใน เช่น หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวช้า อย่างไรก็ตาม กนง. มองว่าการบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวได้ในระดับหนึ่ง จากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและรายได้เกษตรกรที่ดีขึ้น
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ
กนง. ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.6 จากเดิมร้อยละ 2.0 เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารสดปรับลดลง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.2
นโยบายการเงิน
กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.00 ต่อปี โดยระบุว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังคงเหมาะสมในการสนับสนุนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจับตาความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและเสถียรภาพระบบการเงินอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กนง. จะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและในประเทศอย่างต่อเนื่อง และพร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายหากจำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป



