สหรัฐฯ เผยอาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน เพื่อเพิ่มอุปทานโลก หลังราคาพุ่ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เปิดเผยว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่าน เพื่อเพิ่มอุปทานพลังงานทั่วโลก ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้
รายละเอียดจากบทสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ
สำนักข่าว Fox Business ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยนายเบสเซนต์ระบุว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณายกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่าน ในขณะที่รัฐบาลกำลังมองหาแนวทางในการควบคุมระดับราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เบสเซนต์ชี้ให้เห็นว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อน้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล ที่อยู่ในระหว่างการขนส่งทางเรืออยู่แล้ว ทั้งนี้ ในปัจจุบันทั่วโลกมีปริมาณการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ความพยายามเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
มาตรการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาด ซึ่งรวมถึงการระงับการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซีย และการระบายน้ำมันสำรองจำนวน 172 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาดโลก โดยก่อนหน้านี้เบสเซนต์เคยระบุว่า สหรัฐฯ ยังอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านแล่นผ่านได้แม้จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็ตาม
อนึ่ง การ "ยกเลิกคว่ำบาตร" ในครั้งนี้จะหมายถึงการอนุญาตให้มีการขายน้ำมันดิบที่เคยถูกจำกัดไว้ให้กับยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ ได้อย่างเปิดเผย ซึ่งกระแสการไหลเวียนของน้ำมันใหม่นี้จะช่วยเพิ่มอุปทานทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาที่โรงกลั่นและแหล่งน้ำมันหลายแห่งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้รับความเสียหายจากความขัดแย้งจนส่งผลกระทบต่อการผลิต
ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและคำตอบต่อความกังวล
อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากน้อยเพียงใด เมื่อถูกถามถึงความกังวลที่ว่า สหรัฐฯ กำลังให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ศัตรูของตนเองหรือไม่ เบสเซนต์ตอบว่า สหรัฐฯ จะ "ใช้น้ำมันของอิหร่านเพื่อจัดการกับอิหร่านเอง" โดยการนำมาใช้เพื่อกดราคาพลังงานให้ต่ำลงในช่วง 10-14 วันข้างหน้านี้
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการจัดการกับวิกฤตราคาพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง



