อิหร่านประกาศอิสราเอลต้องชดใช้หลังสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คน พร้อมระดมยิงขีปนาวุธโจมตี
ผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างแข็งกร้าว ระบุว่าอิสราเอลจะต้องชดใช้ความเสียหายอย่างสาสม หลังจากที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านถึง 3 คน ถูกลอบสังหารภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน โดยรายล่าสุดคือ เอสมาอิล คาติบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวกรองอิหร่าน ซึ่งถูกสังหารในการโจมตีเมื่อคืนวันที่ 17 มีนาคม 2569
การสูญเสียเจ้าหน้าที่ระดับสูงและการตอบโต้
มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ยืนยันการลอบสังหารรัฐมนตรีข่าวกรอง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลออกมาอ้างความรับผิดชอบเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ขณะที่ มอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ประกาศกร้าวว่าอิสราเอลจะต้องชดใช้อย่างสาสม
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ออกมายืนยันว่า อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด และ โกลามเรซา โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังบาซิจ ถูกสังหารจากการโจมตีของอิสราเอลเช่นกัน
ในด้านการตอบโต้ อิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล โดยมีเสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังกึกก้องในกรุงเทลอาวีฟ พร้อมแสงสว่างวาบทั่วท้องฟ้า หลังจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงขีปนาวุธติดหัวรบหลายหัวแบบคลัสเตอร์ ซึ่งยากต่อการสกัดเนื่องจากหัวรบจะแตกออกเป็นระเบิดลูกเล็กๆ หลายลูกกลางอากาศ และกระจายโจมตีพื้นที่เป็นวงกว้าง
ผลกระทบและข้อกล่าวหา
มีรายงานว่าชาวอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อย 2 คนที่เมืองรามัตกาน หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดของขีปนาวุธอิหร่าน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในอิสราเอลนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น เพิ่มเป็นอย่างน้อย 14 คน
โฆษกกองทัพอิสราเอล ระบุว่าอิหร่านใช้ขีปนาวุธแบบคลัสเตอร์โจมตีพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม พร้อมระบุด้วยว่าอิสราเอลจะเดินหน้ากำจัดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านต่อไป หลังจากสังหารรัฐมนตรีกระทรวงข่าวกรองของอิหร่าน
จุดยืนของอิหร่านและความเคลื่อนไหวระหว่างประเทศ
อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีรา ระบุว่าหลังจากสงครามสิ้นสุดลง ประเทศที่มีพรมแดนติดกับอ่าวเปอร์เซียควรจะร่วมกันร่างระเบียบปฏิบัติใหม่สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อรับประกันว่าการเดินเรือผ่านน่านน้ำสำคัญนี้จะเป็นไปอย่างปลอดภัย ภายใต้เงื่อนไขที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของอิหร่านและประเทศในภูมิภาค
นอกจากนี้ เขายังระบุว่าจุดยืนของอิหร่านในการต่อต้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ยังไม่มีเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมชี้ว่าผู้นำสูงสุดคนใหม่อิหร่านยังไม่ได้แสดงทัศนะต่อสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากอดีตผู้นำสูงสุดที่เคยออกฟัตวา หรือคำวินิจฉัยทางศาสนา ไว้ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 เพื่อคัดค้านการพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่ารัสเซียเชื่อว่ามีเพียงการเจรจาเท่านั้นที่จะฟื้นฟูการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ พร้อมย้ำข้อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบทันที และหันไปใช้ช่องทางทางการเมืองและการทูตเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง



