ทรัมป์ตอบโต้โจ เคนท์ลาออก ยืนยันอิหร่านเป็นภัยคุกคาม พร้อมวิจารณ์นาโต
ทรัมป์ตอบโต้เคนท์ลาออก ยืนยันอิหร่านภัยคุกคาม

ทรัมป์ตอบโต้โจ เคนท์ลาออก ยืนยันอิหร่านเป็นภัยคุกคาม พร้อมวิจารณ์นาโต

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 โจ เคนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกของสหรัฐฯ ที่ลาออกเนื่องจากกรณีสงครามในอิหร่าน โดยเคนท์ให้เหตุผลว่าไม่สามารถสนับสนุนการทำสงครามในอิหร่านได้ เนื่องจากอิหร่านไม่ใช่ภัยคุกคามเร่งด่วนของสหรัฐฯ และชี้ว่าสหรัฐฯ เริ่มสงครามนี้เนื่องจากแรงกดดันจากอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ที่มีอิทธิพลของอิสราเอล

ทรัมป์ยืนยันอิหร่านเป็นภัยคุกคามและตอบโต้การลาออก

ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม พร้อมเสริมว่าได้อ่านจดหมายลาออกของโจ เคนท์ แล้วและพบว่าเป็นเรื่องดีที่เขาลาออก เช่นเดียวกับโฆษกทำเนียบขาวที่ออกมาตอบโต้ว่า ในจดหมายลาออกของเคนท์มีคำกล่าวอ้างข้อมูลเท็จมากมาย โดยยืนยันว่าผู้นำสหรัฐฯ มีหลักฐานว่าอิหร่านจะโจมตีสหรัฐฯ

ทรัมป์วิจารณ์นาโตและย้ำไม่ต้องการความช่วยเหลือ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรนาโต ในการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ พร้อมยืนยันว่าการกำจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากอิหร่านเป็นเรื่องสำคัญ ทรัมป์ยังวิจารณ์ชาติพันธมิตรนาโต ว่ากำลังทำความผิดพลาดอันโง่เขลา โดยระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการพึ่งพานาโต แต่ความจริงนาโตควรจะอยู่ที่นั่นด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียล ว่า สหรัฐฯ ได้รับแจ้งจากพันธมิตรส่วนใหญ่ในนาโตว่า ไม่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่าน ทั้งที่เกือบทุกประเทศเห็นพ้องอย่างยิ่งกับสิ่งที่สหรัฐฯ กำลังดำเนินการอยู่ พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จทางทหารอย่างมากและไม่ต้องการความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกนาโตอีกต่อไป รวมถึงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือออสเตรเลีย และย้ำว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร

ทรัมป์ยังเสริมว่า ไม่แปลกใจกับการกระทำของชาติพันธมิตร เพราะถือว่านาโตเป็น "ถนนวันเวย์" มาโดยตลอด สหรัฐฯ ต้องปกป้องประเทศเหล่านี้ แต่พวกเขากลับไม่ทำอะไรให้สหรัฐฯ

สถานการณ์อื่นๆ ในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า อิสราเอล อ้างสังหาร "อาลี ลาริจานี" เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่านแล้ว ขณะที่ ปากีสถาน ถล่มศูนย์บำบัดยาเสพติดในคาบูล ทำให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 400 คน สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง