ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนวันนี้ หลังสงครามตะวันออกกลางกระทบการขนส่งน้ำมันดิบ
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศเริ่มดำเนินการระบายน้ำมันจากคลังสำรองที่บริษัทเอกชนถูกกำหนดให้สำรองไว้ในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 โดยหวังว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพของอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในประเทศ หลังสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบอย่างรุนแรง
แผนการระบายน้ำมันสำรองเพื่อรับมือวิกฤต
ตามรายงานของสำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รัฐบาลจะเริ่มระบายน้ำมันในปริมาณที่ใช้ได้ 15 วันจากคลังสำรองของภาคเอกชน ซึ่งบริษัทผู้ค้าส่งน้ำมันและบริษัทอื่น ๆ ในญี่ปุ่นมีพันธกรณีทางกฎหมายที่จะต้องเก็บสำรองปิโตรเลียมให้เทียบเท่ากับการบริโภคเฉลี่ยรายวันเป็นเวลา 70 วัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่จะระบายน้ำมันเพิ่มอีกในปริมาณที่ใช้ได้ 1 เดือน จากคลังสำรองของรัฐในลำดับถัดไป เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนพลังงาน
สาเหตุหลักจากสงครามตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นระบุว่า จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่จะเดินทางมาถึงญี่ปุ่นอาจลดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นไป เนื่องจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซโดยปริยายของอิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้ทำให้ญี่ปุ่นต้องเร่งใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน
การสนับสนุนจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)
ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์เมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 ให้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินในปริมาณ 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ล่าสุดในวันอาทิตย์ IEA ยืนยันว่า ประเทศต่าง ๆ จะเริ่มระบายน้ำมันสำรองดังกล่าวได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก
การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามในการรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพพลังงานในระยะยาว



