อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกขับไล่ทูตสหรัฐฯ-อิสราเอล พร้อมเงื่อนไขยุติสงคราม
สื่ออิหร่านรายงานข่าวสำคัญเกี่ยวกับการเสนอเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศข้อเสนอใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขชัดเจนว่า ประเทศในแถบยุโรปและอาหรับใดก็ตามที่ขับไล่เอกอัครราชทูตอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาออกจากดินแดนของตน จะได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
เงื่อนไขการยุติสงครามและบทบาทของประเทศมหาอำนาจ
ในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ออกมากล่าวถึงเงื่อนไขสำหรับการยุติการสู้รบในภูมิภาค โดยระบุว่า เตหะรานมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว นั่นคือ "ห้ามมีการรุกรานเพิ่มเติม" จากอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา หากทั้งสองประเทศปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ การสู้รบอาจยุติลงได้ นอกจากนี้ รัฐมนตรียังเสริมว่า หลายประเทศมหาอำนาจ รวมถึงรัสเซีย จีน และฝรั่งเศส ได้ติดต่ออิหร่านเพื่อขอความช่วยเหลือในการบรรเทาความตึงเครียดและส่งเสริมการลดระดับความขัดแย้ง ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่
ความท้าทายด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า ความมั่นคงในพื้นที่นี้เป็นไปได้ยากตราบใดที่สงครามที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจุดชนวนขึ้นในภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไป ลาริจานีได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเพื่อตอบโต้คำกล่าวของเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่เกี่ยวกับการส่งเรือรบไปยังช่องแคบ โดยเน้นย้ำว่า "ความมั่นคงเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุได้เมื่อบางฝ่ายพยายามเติมเชื้อไฟให้กับความขัดแย้ง"
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ และสถานการณ์ล่าสุด
ในด้านอื่นๆ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาได้เผยว่า เหตุสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านจะจบลง "ในไม่ช้า" ซึ่งอาจสะท้อนถึงความคาดหวังหรือการประเมินสถานการณ์จากฝั่งอเมริกัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากกลุ่มสืบสวนที่เปิดภาพขีปนาวุธโจมตีโรงเรียนในอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นฝีมือของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์ที่มีอยู่แล้ว
ในส่วนของประเทศอื่นๆ เบลเยียมได้เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย หลังเกิดเหตุระเบิดหน้าโบสถ์ยิว ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาพลังงานได้พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลพวงจากสงครามในภูมิภาคนี้ ทำให้หลายประเทศต้องเร่งออกมาตรการรับมือเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงน่าจับตามอง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของอิหร่านที่เสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อการค้าและการเดินเรือระหว่างประเทศ รวมถึงความพยายามทางการทูตจากประเทศต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างสันติภาพในภูมิภาค



