เบลเยียมระเบิดโบสถ์ยิวเก่าแก่ในลีแยฌ ไม่มีผู้บาดเจ็บ นายกฯ ประณามการโจมตี
เบลเยียมระเบิดโบสถ์ยิวเก่าแก่ ไม่มีผู้บาดเจ็บ

เบลเยียมเผชิญเหตุระเบิดโบสถ์ยิวเก่าแก่ในเมืองลีแยฌ ไม่มีผู้บาดเจ็บแต่อาคารเสียหายหนัก

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โบสถ์ยิวเก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองลีแยฌ ประเทศเบลเยียม แรงระเบิดรุนแรงทำให้กระจกหน้าต่างแตกกระจายไปถึงอาคารฝั่งตรงข้าม และสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับประตูทางเข้าอาคารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาวยิวในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดที่ยังไม่มีผู้คนพลุกพล่าน

เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย

รายละเอียดและสถานการณ์แวดล้อมของเหตุระเบิดยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด บาร์ต เดอ เวเวอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งเบลเยียม ได้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวทันที โดยระบุว่านี่คือการโจมตีต่อค่านิยมพื้นฐานของสังคม และเป็นการกระทำที่ต่อต้านชาวอิสราเอลและชาวยิวอย่างรุนแรง

ด้านอัยการรัฐบาลกลางได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพในการสืบสวนคดีนี้ในฐานะคดีก่อการร้าย พร้อมสั่งการให้เพิ่มกำลังตำรวจเพื่ออารักขาโบสถ์ยิวและจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำเติม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผู้นำท้องถิ่นย้ำไม่ยอมให้ความขัดแย้งจากภายนอกสร้างความวุ่นวาย

นายกเทศมนตรีเมืองลีแยฌ ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน โดยประณามว่าเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นความรุนแรงที่ต่อต้านชาวอิสราเอลและชาวยิวอย่างไม่ต้องสงสัย เขายืนยันว่าเมืองลีแยฌจะไม่ยอมให้มีการนำความขัดแย้งจากภายนอก เช่น สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน เข้ามาสร้างความวุ่นวายหรือแบ่งแยกในชุมชนของตน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในบริบทที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงสูง โดยเฉพาะหลังอิหร่านได้ผู้นำสูงสุดคนใหม่ และราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานการณ์ความมั่นคงในระดับโลก

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 คนไทยชุดแรกจากอิหร่านได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว โดยได้รับคำต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของสถานการณ์ระหว่างประเทศกับผลกระทบต่อประชาชนไทย