อิหร่านตั้งมอจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ท่ามกลางไฟความขัดแย้งและการผลักดันจากกองทัพ
การสืบทอดอำนาจของ มอจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี ในฐานะผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนตัวบุคคล แต่คือเดิมพันสำคัญที่สั่นสะเทือนความมั่นคงและระเบียบโลก ภายใต้สถานการณ์ที่เตหะรานลุกเป็นไฟจากความขัดแย้งภายในและแรงกดดันระหว่างประเทศ
จากเงาสู่ผู้นำ: ประวัติและเครือข่ายอำนาจของมอจตาบา
มอจตาบา คาเมเนอี เกิดเมื่อปี 1969 ที่เมืองมัชฮัด เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจยาวนาน เขาเติบโตในแวดวงอำนาจและได้รับการศึกษาจากสถาบันชั้นนำ เช่น โรงเรียนมัชฮัดอาลาวี และศึกษาวิชาการศาสนาระดับสูงที่เมืองกุม ปัจจุบันเขามีสถานะเป็นอาจารย์สอนวิชา Dars-e kharij ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการก้าวสู่ตำแหน่งมุจตาฮิด
สิ่งที่ทำให้มอจตาบาโดดเด่นคือประวัติการร่วมรบในสงครามอิหร่าน-อิรักกับกองพันฮาบิบของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ทำให้เขามีเครือข่ายที่แข็งแกร่งในกองทัพ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เขาถูกระบุว่าเป็นผู้ดูแลการดำเนินงานรายวันของ Beit หรือสำนักงานผู้นำสูงสุด ซึ่งควบคุมกลไกทางการเงิน การทหาร และการต่างประเทศทั้งหมดของอิหร่าน
การขึ้นสู่อำนาจภายใต้แรงกดดันจาก IRGC และวิกฤตรัฐธรรมนูญ
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งของมอจตาบาเกิดขึ้นในสภาวะการสู้รบ หลังการลอบสังหารอาลี คาเมเนอี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองทัพ IRGC มีบทบาทสูงในการบีบให้สภาผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจเลือกมอจตาบา เพื่อรักษาความต่อเนื่องของสายการบังคับบัญชา แม้จะมีเสียงคัดค้านว่าขัดต่อเจตนารมณ์การปฏิวัติ
มอจตาบาได้รับคะแนนเสียงประมาณ 85% จากผู้เข้าร่วมประชุม แต่อุปสรรคสำคัญคือสถานะทางศาสนาที่ยังไม่ถึงระดับแกรนด์อยาตอลลาห์ สภาผู้เชี่ยวชาญอาจต้องยกระดับสถานะให้เขาอย่างเร่งด่วนผ่านอำนาจทางการเมือง เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับบิดาของเขาในปี 1989
แนวคิดและบทบาทในการปราบปรามการประท้วง
มอจตาบาเป็นศิษย์เอกของเมสบาห์-ยาซดี ผู้วางรากฐานอุดมการณ์ให้พรรค Paydari กลุ่มอนุรักษนิยมสุดโต่ง เขาเชื่อในระบอบรัฐเอกภาพที่สถาบันแต่งตั้งมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือสถาบันเลือกตั้ง เขาถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง Green Movement ในปี 2009 และการประท้วง Woman, Life, Freedom ในปี 2022
เผชิญหน้ากับทรัมป์และวิกฤตพลังงานโลก
มอจตาบาขึ้นสู่อำนาจท่ามกลางการดำเนินปฏิบัติการ Epic Fury ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีเป้าหมายทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและกองทัพเรืออิหร่าน วิกฤตพลังงานโลกก็เป็นอีกความท้าทาย หลังการโจมตีโรงงานราซ ลาฟาน ทำให้การส่งออกก๊าซ LNG หยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งสูงขึ้น 45%
แรงกดดันจากจีน ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน เริ่มกดดันให้เตหะรานรักษาสมดุลและไม่ทำลายเศรษฐกิจโลก เพราะจีนเองก็พึ่งพาพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่าน
อนาคตที่ท้าทาย: ระหว่างการสู้ต่อหรือถอย
มอจตาบาเริ่มต้นการปกครองท่ามกลางซากปรักหักพังของบิดา อิหร่านเผชิญกับสภาวะรัฐล่มสลายที่เศรษฐกิจพังทลายและความชอบธรรมแตกร้าว การก้าวขึ้นสู่อำนาจของเขาอาจเป็นเพียงการต่อลมหายใจให้ระบอบผ่านการกดขี่ทางทหาร
ในอนาคตอันใกล้ หากมอจตาบาเลือกที่จะสู้ต่อ เขาจะเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรงจากสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่หากเลือกถอย เขาต้องยอมเฉือนมรดกที่บิดาสร้างมาตลอด 37 ปี เพื่อแลกกับการอยู่รอดของตระกูลและระบอบเทวาธิปไตย



