สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ ต่อรัสเซียและจีน หลังพบการสนับสนุนสงครามยูเครน
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ ต่อรัสเซียและจีน อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 หลังจากการตรวจสอบพบหลักฐานที่ชัดเจนว่า ทั้งสองประเทศให้การสนับสนุนทางทหารและเศรษฐกิจแก่รัสเซีย ในสงครามที่ยืดเยื้อในยูเครน
รายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตร
มาตรการคว่ำบาตรนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและแหล่งเงินทุนของรัสเซียและจีน โดยครอบคลุมหลายด้าน ดังนี้
- การห้ามส่งออกเทคโนโลยี: สหรัฐฯ จะห้ามการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปยังรัสเซียและจีน
- การระงับการลงทุน: บริษัทและบุคคลในสหรัฐฯ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงทุนในโครงการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซียและจีนที่เกี่ยวข้องกับสงคราม
- การแช่แข็งทรัพย์สิน: ทรัพย์สินของบริษัทและบุคคลที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลรัสเซียและจีนในสหรัฐฯ จะถูกแช่แข็งทันที
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการเหล่านี้มีขึ้นเพื่อกดดันให้รัสเซียยุติการรุกรานยูเครน และเพื่อป้องกันไม่ให้จีนมีส่วนร่วมในความขัดแย้งเพิ่มเติม
ผลกระทบและปฏิกิริยาจากนานาชาติ
การประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของรัสเซียและจีน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการเงิน รัสเซียได้ตอบโต้ด้วยการประณามมาตรการดังกล่าวว่าเป็น "การแทรกแซงกิจการภายใน" ในขณะที่จีนยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีมาตรการตอบโต้ในอนาคต
นอกจากนี้ ประเทศในสหภาพยุโรปและพันธมิตรอื่นๆ ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะเข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรนี้ เพื่อสร้างแรงกดดันร่วมกันต่อรัสเซียและจีน
สถานการณ์ในยูเครนยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานการสู้รบในหลายพื้นที่ การประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการยุติความขัดแย้งและฟื้นฟูสันติภาพในภูมิภาค



