ทรัมป์วิจารณ์อังกฤษ หลังเล็งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปตะวันออกกลาง
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับบทบาทของสหราชอาณาจักรในความขัดแย้งทางตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ผ่านการโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569
สหรัฐฯ ไม่ต้องการพันธมิตรที่มาช่วยหลังชัยชนะ
ทรัมป์ระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการประเทศที่เข้าร่วมสงครามหลังจากที่ชัยชนะเกิดขึ้นแล้ว โดยเขาอ้างถึงรายงานที่ว่าสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่
ในข้อความของเขา ทรัมป์ได้กล่าวเหน็บแนมไปยังนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร โดยบอกว่า "ก็ไม่เป็นไร นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ เราไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว แต่เราจะจำไว้ เราไม่ต้องการคนที่เข้าร่วมสงครามหลังจากที่เราชนะไปแล้ว" ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการเข้ามามีส่วนร่วมในภายหลังของพันธมิตร
ภูมิหลังของความขัดแย้งและปฏิกิริยาจากอังกฤษ
ความเห็นของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษเปิดเผยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ว่า นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ ได้หารือทางโทรศัพท์กับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ภายหลังอิหร่านโจมตีซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ขยายตัวในภูมิภาค
สตาร์เมอร์ได้ยืนยันว่า สหราชอาณาจักรได้ส่งเครื่องบินขับไล่ เฮลิคอปเตอร์ และเรือพิฆาตเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง และพร้อมที่จะสนับสนุนการป้องกันประเทศของซาอุดีอาระเบียหากจำเป็น นี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอังกฤษในการรักษาความมั่นคงในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในอดีต โดยกล่าวว่า "สหราชอาณาจักร ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ของเรา อาจจะเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราด้วยซ้ำ" แต่ในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามถึงความจำเป็นของการสนับสนุนในขั้นตอนนี้
สถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป โดยอิหร่านได้ประกาศหยุดโจมตีเพื่อนบ้าน ยกเว้นในกรณีที่ถูกยิงก่อน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการลดความรุนแรง แต่ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
นอกจากนี้ สายการบินเอมิเรตส์ได้เปิดให้บริการอีกครั้ง หลังประกาศปิดชั่วคราวสนามบินดูไบเนื่องจากเหตุการณ์โดรนทิ้งระเบิดระยะใกล้ในช่วงเช้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของความขัดแย้งที่มีต่อภาคการบินและเศรษฐกิจในภูมิภาค
การแลกเปลี่ยนคำพูดระหว่างทรัมป์และผู้นำอังกฤษในครั้งนี้ อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางทหารและกลยุทธ์ระหว่างสองประเทศในอนาคต โดยเฉพาะในบริบทของความขัดแย้งกับอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายในเร็ววัน



