อิหร่านประกาศนโยบายระงับการโจมตีเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ยกเว้นกรณีถูกโจมตีก่อน
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน แห่งอิหร่าน ได้ออกอากาศข้อความทางวิดีโอผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 โดยประกาศอย่างเป็นทางการว่า อิหร่านจะระงับการโจมตีหรือยิงขีปนาวุธใส่ประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งรวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), กาตาร์, บาห์เรน, คูเวต, โอมาน, ซาอุดีอาระเบีย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เว้นแต่อิหร่านจะถูกประเทศเหล่านั้นโจมตีก่อนเท่านั้น
ประธานาธิบดีขอโทษและเน้นย้ำเจตนาสันติภาพ
ในข้อความดังกล่าว ประธานาธิบดีเปเซชเกียน กล่าวว่า "ผมเห็นว่าจำเป็นต้องขอโทษประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกโจมตี" พร้อมย้ำว่า "เราไม่มีเจตนาที่จะรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน" และเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อ "สร้างสันติภาพและความสงบ" อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยว่าได้มีคำสั่งจากผู้นำไปยังกองทัพอิหร่านแล้วว่า "นับจากนี้ไป ห้ามโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน เว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน" พร้อมเตือนผู้ที่อาจฉวยโอกาสโจมตีอิหร่านว่า "ต้องไม่ตกเป็นหุ่นเชิดของจักรวรรดินิยม" และชี้ว่า การสนับสนุนอิสราเอลหรือสหรัฐฯ นั้นไม่ใช่หนทางสู่เกียรติและเสรีภาพ
บริบทและความสำคัญของประกาศ
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยังคงสูง โดยอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านมีประวัติความขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจกันมาอย่างยาวนาน ข้อความของประธานาธิบดีเปเซชเกียนสะท้อนถึงความพยายามในการลดความรุนแรงและส่งเสริมเสถียรภาพในพื้นที่ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อ:
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาค
- ความมั่นคงและการทูตในอ่าวเปอร์เซีย
- การตอบสนองต่ออิทธิพลจากมหาอำนาจภายนอก เช่น สหรัฐฯ และอิสราเอล
การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจและป้องกันการปะทะกันที่อาจขยายตัวเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ในอนาคต



