สหรัฐฯ เผยภาพถ่ายดาวเทียมชี้จีนเร่งสร้างฐานทัพใหม่ในทะเลจีนใต้
สหรัฐฯ เผยภาพดาวเทียมจีนเร่งสร้างฐานทัพในทะเลจีนใต้

สหรัฐฯ เผยภาพถ่ายดาวเทียมชี้จีนเร่งสร้างฐานทัพใหม่ในทะเลจีนใต้

สหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าจีนกำลังดำเนินการเร่งสร้างฐานทัพใหม่ในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาททางทะเลระหว่างหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาพถ่ายดาวเทียมดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ และระบุว่าจีนได้เพิ่มกิจกรรมการก่อสร้างบนเกาะเทียมและแนวปะการังหลายแห่งในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะในบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีและพาราเซล ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนเหล่านี้

รายละเอียดการก่อสร้างฐานทัพใหม่

จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่าจีนได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารเพิ่มเติม เช่น ท่าเรือ รันเวย์สนามบิน และ สถานีเรดาร์ บนเกาะเทียมหลายแห่ง การก่อสร้างเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าจีนได้ปรับปรุงระบบป้องกันภัยทางอากาศและทางทะเลในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจรวมถึงการติดตั้งระบบขีปนาวุธและอุปกรณ์ตรวจจับทางอิเล็กทรอนิกส์

ผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค

การเร่งสร้างฐานทัพใหม่ของจีนในทะเลจีนใต้ได้ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ประเทศเพื่อนบ้านและชุมชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งต่างก็อ้างสิทธิ์เหนือบางส่วนของทะเลจีนใต้

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่าการกระทำของจีนอาจเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคและกระทบต่อเสถียรภาพทางทะเล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการค้าและการเดินเรือระหว่างประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

สหรัฐอเมริกาได้แสดงความกังวลต่อการขยายตัวทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ และเรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ในขณะเดียวกัน ประเทศในภูมิภาคได้เรียกร้องให้มีการเจรจาและความร่วมมือเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางทะเลอย่างสันติวิธี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้

การเปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังคงตึงเครียดจากประเด็นต่างๆ เช่น การค้าและเทคโนโลยี ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ทวีความซับซ้อนมากขึ้น