เยอรมันยืนยันไม่เข้าร่วมสงครามอิหร่าน พร้อมเร่งคลี่คลายวิกฤต ขณะยูเครนเผยพันธมิตรขอความช่วยเหลือรับมือโดรน
ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้แถลงต่อรัฐสภาในกรุงเบอร์ลินเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยย้ำอย่างชัดเจนว่า เยอรมนีไม่ใช่คู่ขัดแย้งในสงครามและกองทัพเยอรมันจะไม่เข้าร่วมสงครามในอิหร่าน แต่จะทำทุกวิถีทางเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์และป้องกันไม่ให้ความรุนแรงขยายวงกว้างมากไปกว่านี้
เยอรมนีเน้นบทบาทยุโรปในการคลี่คลายความขัดแย้ง
รมว.กลาโหมเยอรมนีกล่าวว่า ยุโรปไม่สามารถยืนดูสถานการณ์ได้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากขณะนี้มีอันตรายจากความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจบั่นทอนเสถียรภาพของทั้งภูมิภาค เยอรมนีได้หารือกับรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล รวมทั้งพูดคุยกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาและชาติยุโรปอื่นๆ เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ยูเครนเผยพันธมิตรขอความช่วยเหลือรับมือโดรนอิหร่าน
ขณะเดียวกัน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า พันธมิตรของยูเครน รวมถึงสหรัฐอเมริกา ได้ขอความช่วยเหลือจากยูเครนในการรับมือกับโดรนอิหร่าน ทั้งในด้านความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ภาคสนาม เซเลนสกีระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้นำจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน จอร์แดน และคูเวต
ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีและเจ้าหน้าที่ยูเครนเคยเสนอว่า ยูเครนอาจแลกเปลี่ยนความรู้ด้านโดรนกับประเทศในตะวันออกกลางได้ หากประเทศต่างๆ จะช่วยโน้มน้าวรัสเซียให้ยุติการโจมตี หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนเดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 5
ภูมิหลังความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธหลายร้อยลูกและส่งโดรนมากกว่า 1,000 ลำ พุ่งเป้าโจมตีหลายประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ บริเวณอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าอาวุธจำนวนมากจะถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดได้ แต่บางส่วนรวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนตกลงมาสร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนประชาชน ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และฐานทัพสหรัฐฯ
วิกฤตนี้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและอาจลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ได้หากไม่มีการจัดการอย่างเร่งด่วน



