“พิพัฒน์” เผยนายกฯ คุย “วันนอร์” หารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไทยวางตัวเป็นกลาง เหมาะสมแล้ว
“พิพัฒน์” เผยนายกฯ คุย “วันนอร์” หารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

“พิพัฒน์” เผยนายกฯ คุย “วันนอร์” หารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไทยวางตัวเป็นกลาง เหมาะสมแล้ว

วันนี้ (5 มีนาคม 2569) เวลา 09.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงมาบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อส่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภา หลังเสร็จสิ้นการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยนายกรัฐมนตรีไม่ได้เปิดเผยผลการหารือกับสื่อมวลชนที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

การหารือและจุดยืนของไทย

ต่อมาเวลา 10.05 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงการหารือครั้งนี้ว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้แสดงความเห็นว่านายกรัฐมนตรีวางตัวเหมาะสมแล้ว โดยจุดยืนของประเทศไทยในสถานการณ์นี้คือการวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ขอไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหารือ ไม่ว่าสถานการณ์จะเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือถอยกลับมา หากมีความรุนแรงมากขึ้น นายกรัฐมนตรีอาจเชิญนายวันมูหะมัดนอร์มาให้คำปรึกษาอีกครั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ามีการประเมินว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า “ไม่มีใครสามารถประเมินได้อย่างแน่ชัด จึงต้องติดตามดูว่าแต่ละวันสถานการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใด” โดยนายวันมูหะมัดนอร์ได้ขอให้ไทยวางตัวนิ่งและเฝ้าดูแนวโน้มของทิศทางอย่างใกล้ชิด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การดูแลความปลอดภัยและแผนอพยพคนไทย

ในส่วนของการดูแลสถานที่สำคัญในประเทศไทย นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องดูแลทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน โดยเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลความปลอดภัยของสถานทูตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีพิพาทในภูมิภาคตะวันออกกลาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขณะที่ความคืบหน้าแผนอพยพคนไทย 200 คนในอิหร่าน นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้หารือกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เกี่ยวกับเส้นทางเดินทางที่เป็นไปได้ เบื้องต้นต้องเดินทางด้วยทางบกเป็นระยะทาง 1,000 กิโลเมตร ไปยังชายแดนตุรกี เพื่อขึ้นเครื่องบินจากตุรกีกลับประเทศไทย โดยอยู่ในช่วงของการตัดสินใจว่าผู้ที่จะเดินทางนั้นพร้อมหรือไม่ เนื่องจากเป็นการเดินทางที่ยากลำบากในช่วงภาวะสู้รบ ต้องประเมินความปลอดภัยให้มากที่สุดก่อนเคลื่อนย้ายคนไทยออกมา

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งมาจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และรายงานมายังนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง สำหรับความพร้อมของเครื่องบินที่จะรับคนไทยกลับ นายพิพัฒน์กล่าวว่า อาจใช้เครื่องบินพาณิชย์แบบเหมาลำจากตุรกี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า เนื่องจากการใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศต้องขออนุญาตเรื่องความมั่นคงและประกันภัย ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยมีรายงานการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ไทยจึงต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาความเป็นกลางและความปลอดภัยของประชาชน