จีนกดดันมหาอำนาจหยุดสู้รบในตะวันออกกลาง หวั่นกระทบเศรษฐกิจโลก
ทางการจีนได้ออกมาเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดโดยทันที โดยหวั่นเกรงว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
ข้อความเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดีย
เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 นายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (เดิมคือทวิตเตอร์) ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อิหร่านควบคุมพื้นที่บางส่วนอยู่นั้น ถือเป็นเส้นทางค้าขายที่สำคัญสำหรับสินค้าและพลังงานระดับโลก การรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในภูมิภาคนี้จึงเป็นประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ
"จีนขอเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ อิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ยุติปฏิบัติการทางทหารในทันที หลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์ความตึงเครียดบานปลายยิ่งขึ้น และป้องกันไม่ให้ความวุ่นวายในภูมิภาคสร้างความเสียหายต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไปมากกว่านี้" นายหลินกล่าวในข้อความดังกล่าว
ผลกระทบต่อการขนส่งพลังงาน
ทั้งนี้ ประมาณครึ่งหนึ่งของการนำเข้าน้ำมันดิบ และ 29% ของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของจีน ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญในตะวันออกกลาง ขณะที่กาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ตอนนี้การส่งออก LNG ของประเทศได้หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว เนื่องจากความไม่แน่นอนจากความขัดแย้ง
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันมากกว่า 20% ของโลกต้องเคลื่อนผ่านช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงนับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านอุบัติขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบนี้ ทำให้การเดินเรือลดลงอย่างมากและสร้างความกังวลต่อความมั่นคงทางพลังงานของหลายประเทศ
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคตะวันออกกลาง และความจำเป็นในการแก้ไขความขัดแย้งโดยเร็วเพื่อป้องกันวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง



