จีนประณามสหรัฐฯ ใช้การค้าเป็นเครื่องมือกดดัน หลังวิกฤตอิหร่านลุกลาม
ในวันนี้ (4 มีนาคม 2569) จีนได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนผ่านการแถลงข่าวของ เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ โดยเตือนให้สหรัฐอเมริกาหยุดใช้การค้าเป็นเครื่องมือหรืออาวุธสำหรับกดดันทางการเมือง หลังมีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปน เนื่องจากสเปนปฏิเสธให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศในประเทศของตนเพื่อโจมตีอิหร่าน
ปฏิบัติการทางทหารสหรัฐฯ-อิสราเอล ถูกลงโทษว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
เหมา หนิง กล่าวย้ำว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่านเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน โดยความเห็นนี้มีขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และนำไปสู่การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านต่ออิสราเอลและประเทศอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ
นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยังเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดสงคราม มีพลเมืองจีนมากกว่า 470 คน ได้รับการอพยพออกจากอิหร่านอย่างปลอดภัย ภายใต้การประสานงานของสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงเตหะราน พร้อมเตือนให้ชาวจีนที่ยังอยู่ในอิหร่านเพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย เดินทางออกจากประเทศโดยเร็ว และลงทะเบียนข้อมูลกับสถานทูต
จีนเรียกร้องยุติความรุนแรงและกลับสู่การเจรจา
ด้าน โหลว ฉินเจียน โฆษกสภาประชาชนแห่งชาติจีน ได้เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที หลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียด และกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่า อธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านควรได้รับการเคารพ และไม่มีประเทศใดมีสิทธิควบคุมกิจการระหว่างประเทศหรือกำหนดชะตากรรมของชาติอื่น
วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อสถานการณ์พลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะหลังการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง



