สเปนยืนยันจุดยืน “ไม่เอาสงคราม” ปฏิเสธสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน
สเปนปฏิเสธสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน ย้ำไม่เอาสงคราม

สเปนยืนยันจุดยืนแข็งกร้าว “ไม่เอาสงคราม” ปฏิเสธสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน

เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้ตอบโต้อย่างหนักแน่นต่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หลังรัฐบาลสเปนไม่อนุญาตให้เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในประเทศเพื่อโจมตีอิหร่าน โดยนายกรัฐมนตรีซานเชซกล่าวผ่านการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ว่า “จุดยืนของรัฐบาลสเปนคือไม่เอาสงคราม เราจะไม่ร่วมมือในสิ่งที่เป็นอันตรายต่อโลก ที่ขัดต่อคุณค่าและผลประโยชน์ของเรา เพียงเพราะกลัวการตอบโต้”

เหตุผลและเสียงสนับสนุนจากนานาชาติ

ซานเชซให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า ตนคัดค้านหายนะจากสงครามครั้งนี้ โดยมีหลายฝ่ายเห็นด้วยกับจุดยืนดังกล่าว ทั้งรัฐบาลประเทศอื่นๆ และประชาชนหลายล้านคนทั่วยุโรป อเมริกาเหนือ และตะวันออกกลาง ที่ไม่ต้องการสงครามหรือความไม่แน่นอนใดๆ เขาย้ำว่า “เราคัดค้านหายนะครั้งนี้” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพระดับโลก

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และสเปน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ระหว่างการหารือกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ได้เรียกสเปนว่าเป็นพันธมิตรที่ “แย่มาก” และกล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรีซานเชซปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เรื่องการให้คำมั่นกับนาโต้ที่จะเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็นร้อยละ 5 ของจีดีพี ทรัมป์โต้แย้งมาตลอดว่าสหรัฐฯ แบกรับภาระของนาโต้มากเกินไป ซึ่งสร้างความขัดแย้งกับพันธมิตรหลายประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บริบทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การปฏิเสธของสเปนเกิดขึ้นในขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรง โดยมีรายงานข่าวเกี่ยวกับแผนการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตพลังงานและการปะทะที่ยืดเยื้อ นอกจากนี้ สภาคองเกรสของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาจำกัดอำนาจของทรัมป์ หลังการโจมตีอิหร่านที่เสี่ยงต่อการปะทะต่อเนื่อง ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศสได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบไปยังตะวันออกกลางเพื่อเสริมกำลัง

การเคลื่อนไหวของสเปนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงจุดยืนทางการทูตที่ชัดเจน แต่ยังสะท้อนถึงความกังวลของประชาคมโลกต่อผลกระทบจากสงครามที่อาจลุกลามไปทั่วโลก โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างประเทศ