โดรนโจมตีสถานกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบ ทางการยืนยันปลอดภัยไร้ผู้บาดเจ็บ
วันนี้ (4 มีนาคม 2569) มีรายงานจากสื่อต่างประเทศว่า พื้นที่ใกล้กับสถานกงสุลสหรัฐฯ ในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกโจมตีด้วยโดรน โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า พบเห็นควันไฟลอยออกมาจากอาคารที่อยู่ข้างเคียงกับสถานกงสุลดังกล่าว
ทางการสหรัฐฯ ยืนยันควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่า ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์โดรนโจมตีครั้งนี้ พร้อมทั้งแจ้งว่าทางการดูไบสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วแล้ว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินต่อไป
ผู้นำต่างชาติแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์
ขณะที่ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ได้ออกมาชี้ว่า การกระทำของสหรัฐฯ และอิสราเอลในตะวันออกกลางนั้น “ไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ” ส่วน โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เผยว่า ผู้ที่ถูกมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้นำอิหร่านในอนาคตส่วนใหญ่เสียชีวิตแล้ว ความเห็นนี้มีขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงประเมินยุทธศาสตร์ต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาสั่งให้กองกำลังสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอล เพราะเชื่อว่าอิหร่านกำลังจะโจมตีก่อน ซึ่งคำพูดนี้ขัดแย้งกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เกี่ยวกับเหตุผลในการทำสงครามกับอิหร่าน
ปฏิกิริยาจากประเทศอื่นๆ และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
ทางด้านรัสเซียได้ออกมาชี้ว่า ไม่พบหลักฐานที่แสดงว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเรียกร้องให้ยุติสงครามทันที ในขณะที่สหรัฐฯ ได้สั่งตัดขาดการค้ากับสเปน หลังประเทศดังกล่าวไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเพื่อโจมตีอิหร่าน
องค์การสหประชาชาติได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุโจมตีโรงเรียนในอิหร่าน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 168 คน ส่วนอิหร่านเผยยอดเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ อยู่ที่ 787 คน
ในอีกด้านหนึ่ง คริสเตียโน โรนัลโด นักฟุตบอลชื่อดัง ได้หอบครอบครัวหนีออกจากพื้นที่ หลังเกิดเหตุระเบิดโจมตีสถานทูตในกรุงริยาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สงบที่แพร่กระจายในภูมิภาค
เหตุการณ์โดรนโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทของความขัดแย้งที่ซับซ้อนในตะวันออกกลาง โดยมีหลายฝ่ายแสดงความเห็นและดำเนินการต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงในระดับโลก



