เนทันยาฮูเชื่อมั่นสงครามอิหร่านจบเร็ว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี สหรัฐฯ เตรียมหมัดเด็ดโจมตีหนักกว่านี้
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แสดงความเชื่อมั่นผ่านรายการโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า สงครามระหว่างพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน จะไม่ยืดเยื้อนานเป็นปีเหมือนสงครามครั้งก่อนๆ ในภูมิภาค โดยเน้นย้ำว่า "มันจะรวดเร็วและเด็ดขาด อาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่จะไม่ลากยาวเป็นปีๆ นี่ไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบ" แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเคยประเมินระยะเวลาไว้ที่ 4-5 สัปดาห์ แต่สถานการณ์เริ่มขยายวงกว้างขึ้นอย่างไม่มีกำหนด
สถานการณ์ลุกลามสู่เลบานอนและเป้าหมายใหม่
สงครามเข้าสู่วันที่ 4 ท่ามกลางการขยายตัวของความขัดแย้ง เมื่ออิหร่านเปิดฉากตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในริยาดและบาห์เรน โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านแถลงความสำเร็จในปฏิบัติการ "Operation Promise of the Truth 4" ระบุว่าได้ส่งโดรน 20 ลำและขีปนาวุธ 3 ลูกเข้าถล่มศูนย์บัญชาการหลักของฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในบาห์เรนจนพังพินาศ พร้อมรายงานโดรนโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงไหม้
ด้านอิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีอาคารสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านในเตหะราน และถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน ส่งผลให้การสู้รบลุกลามสู่ประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติม ขณะที่กรุงเทลอาวีฟสั่นสะเทือนจากเสียงระเบิดจากการสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน
สหรัฐฯ เตือนมีหมัดเด็ดและผลกระทบเศรษฐกิจโลกรุนแรง
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังมี "หมัดเด็ด" ที่จะโจมตีอิหร่านหนักกว่านี้ โดยระบุว่าแม้เป้าหมายหลักคือการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธโดยไม่ต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดิน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ไม่ได้ตัดทางเลือกในการส่งทหารราบเข้าสู่ตะวันออกกลางออกไป
สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลกถูกปิดตาย ราคาน้ำมันและค่าระวางเรือพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ สนามบินดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินที่พลุกพล่านที่สุดของโลก ต้องปิดทำการต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ผู้โดยสารนับหมื่นตกค้าง ทั่วโลกเผชิญวิกฤตการบินครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่โควิด-19
ความสูญเสียและเสียงวิจารณ์จากนานาชาติ
มีรายงานทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 6 นายในคูเวต ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ทำลายเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 1,250 แห่ง ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นไปเพื่อยับยั้งโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากรัสเซีย จีน และตุรกีที่ร่วมกันประณามสงครามในครั้งนี้
ผลสำรวจจาก Reuters/Ipsos พบว่าชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงทางการเมืองครั้งใหญ่ของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง สะท้อนถึงความกังวลในหมู่ประชาชนต่อการขยายตัวของสงครามและผลกระทบที่อาจยืดเยื้อ



