นายกฯ เร่งรับมือสงครามตะวันออกกลาง หวั่นลุกลามกระทบไทย หาแหล่งน้ำมันทดแทนด่วน
นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งเร่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามและส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากความขัดแย้งดังกล่าวอาจก่อให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
อิหร่านส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ กระทบเชื้อเพลิงทั่วโลก
เหตุการณ์ล่าสุดที่อิหร่านส่งฝูงโดรนบอมบ์โจมตีโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย ทำให้โรงกลั่นต้องปิดตัวลงชั่วคราว ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับโลก ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคนี้จึงต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างรุนแรง
รัฐบาลไทยได้เร่งหารือเพื่อหาแหล่งน้ำมันทดแทนจากประเทศอื่นๆ เพื่อลดการพึ่งพาและรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งตรวจสอบสต็อกน้ำมันสำรองภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีเพียงพอสำหรับการบริโภคประมาณ 61 วัน
แผนอพยพคนไทยหนีสงครามและมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังมีแผนเตรียมการอพยพประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยสงครามกลับประเทศอย่างปลอดภัย โดยประสานงานกับสายการบินและหน่วยงานด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ
ในส่วนของความมั่นคงภายในประเทศ รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การประปานครหลวง (กปน.) สุพรรณบุรี ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดจากความวุ่นวายทางสังคม
สถานการณ์โลกป่วนจากความขัดแย้งและประท้วงต่อต้าน
สถานการณ์โลกในขณะนี้กำลังเผชิญกับความปั่นป่วนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการประท้วงต่อต้านกลุ่มยิวและสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศ เช่น ปากีสถานและอิรัก ซึ่งอาจลุกลามไปยังสถานทูตและก่อให้เกิดความไม่สงบในวงกว้าง
รัฐบาลไทยจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับทุกด้าน เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว



