นักวิชาการหวั่นความขัดแย้งอิหร่านขยายสู่ภูมิภาค ปิดประตูเจรจาทางการทูต
นายประเสริฐ สุขศาสนกวิน คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนสยาม เปิดเผยความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 โดยชี้ว่า ความขัดแย้งได้บานปลายไปสู่ระดับภูมิภาค และดูเหมือนว่าการเจรจาทางการทูตจะปิดประตูตายไปแล้ว สถานการณ์เลวร้ายลงหลังการสูญเสียผู้นำของอิหร่านจากการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งทำให้ความคับแค้นเพิ่มมากขึ้นจนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ทวีคูณ
อิหร่านตั้งรับเร็ว กลุ่มพันธมิตรเริ่มแสดงจุดยืน
นายประเสริฐกล่าวว่า อิหร่านสามารถตั้งรับได้อย่างรวดเร็วด้วยการตั้งผู้นำคนใหม่เข้ามาบัญชาการทันที หลังจากสูญเสียผู้นำสูงสุด สิ่งที่น่าจับตามองคือ กลุ่มติดอาวุธพันธมิตรของอิหร่านที่เริ่มแสดงจุดยืนเข้าร่วมกับอิหร่าน เพื่อตอบโต้อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น
ผลกระทบต่อประเทศไทยและแนวทางรับมือ
ผลกระทบที่อาจจะเกิดกับประเทศไทยเป็นสิ่งที่น่ากังวล โดยเฉพาะในประเด็นต่อไปนี้:
- พลังงาน: ราคาน้ำมันอาจแพงขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย
- ราคาทองคำ: อาจผันผวนตามความไม่แน่นอนของสถานการณ์
- สวัสดิภาพคนไทย: แรงงานหรือคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจำเป็นต้องรับรู้ถึงความเสี่ยงและพิจารณาอพยพ
นายประเสริฐเน้นย้ำว่า ทางการไทยต้องวางตัวเป็นกลางในการออกแถลงการณ์หรือแสดงท่าทีใดๆ เนื่องจากทั้งสามประเทศที่เกิดความขัดแย้งล้วนเป็นพันธมิตรของไทย การรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตจึงมีความสำคัญสูง
ประสบการณ์ส่วนตัวกับการอพยพคนไทย
นายประเสริฐเปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวว่า ลูกชายของเขาเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ในกรุงเตหะราน และเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา การติดต่อสื่อสารติดๆ ขัดๆ เนื่องจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่สามารถใช้งานได้และโทรศัพท์พื้นฐานถูกตัดขาดเป็นช่วงๆ ขณะนี้ลูกชายและเพื่อนๆ อีก 6 คนอยู่ในความดูแลของสถานทูตไทยและอยู่ระหว่างวางแผนอพยพทางบก
เขายังระบุว่า ก่อนหน้านี้อิหร่านเคยเกิดความขัดแย้งในลักษณะเดียวกัน จึงได้อพยพผ่านทางบกไปยังประเทศตุรกีและเดินทางด้วยเครื่องบินกลับประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมแผนอพยพที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสำหรับคนไทยในพื้นที่เสี่ยง



