ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอลรุนแรงขึ้น ทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่ม ทรัมป์ยันโจมตีต่อ
สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอลสู้รบรุนแรง ทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่ม

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอลทวีความรุนแรง ทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่ม ทรัมป์ยันโจมตีต่อเนื่อง

การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ได้เข้าสู่วันที่ 3 แล้ว โดยสถานการณ์ยังคงตึงเครียดและขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาเตือนว่า อาจมีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกจนกว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดลง พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารที่ดำเนินมาแล้วมากกว่า 36 ชั่วโมง จะยังคงดำเนินต่อไปจนบรรลุเป้าหมาย

ปฏิบัติการโจมตีและความสูญเสียที่เพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยอมรับว่าสงครามครั้งนี้ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตไปแล้ว 3 นาย และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นอีก สหรัฐฯ ประกาศว่าจะแก้แค้นแทนทหารเหล่านี้ โดยได้เร่งทำลายกองทัพเรืออิหร่านให้สิ้นซาก ล่าสุดทำลายกองบัญชาการกองทัพเรือและจมเรือรบอิหร่านไปแล้ว 9 ลำ

ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพเรือในกรุงมานามาของบาห์เรน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่กองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและไฟลุกท่วมทั่วบริเวณ นอกจากนี้ อิหร่านยังยิงโจมตีอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างความเสียหายในนครเยรูซาเลม ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 6 คน รวมถึงเมืองอื่นๆ และกรุงเทลอาวีฟที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การตอบโต้ของอิสราเอลและสถานการณ์ในเลบานอน

ด้านอิสราเอลเริ่มโจมตีเป้าหมายของกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน เพื่อตอบโต้การยิงขีปนาวุธเข้ามายังอิสราเอล พร้อมเตือนชาวเลบานอนในเกือบ 50 หมู่บ้านทางตะวันออกและใต้ของกรุงเบรุต ให้เร่งอพยพออกจากที่อยู่อาศัย สถานการณ์นี้ทำให้ถนนในชานเมืองใต้ของเบรุตติดขัดอย่างหนักจากผู้คนที่หนีภัย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กลุ่มเฮซบอลลาห์ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าไปในอิสราเอล เพื่อตอบโต้การสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีเลบานอนเตือนไม่ให้มีการยิงจรวดจากพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยชี้ว่าเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบและอาจเปิดโอกาสให้อิสราเอลโจมตีเพิ่มเติม

การประท้วงและการไว้อาลัยในหลายประเทศ

การยิงตอบโต้ของอิหร่านเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า หลังสูญเสียผู้นำสูงสุดจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ในคืนวันที่ 1 มีนาคม มีชาวอิหร่านจำนวนมากในกรุงเตหะรานออกมาไว้อาลัยและเรียกร้องให้แก้แค้น

กระแสความไม่พอใจยังกระจายไปทั่วโลก โดยในอิรัก มีผู้ประท้วงพยายามบุกเข้าไปในเขตกรีนโซนซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม นอกจากนี้ ยังมีรายงานการประท้วงในเมืองบาสราและนาจาฟของอิรัก ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมนิกายชีอะห์จำนวนมาก

ในปากีสถาน กลุ่มผู้สนับสนุนอิหร่านในนครการาจีจัดพิธีแห่ศพผู้ประท้วงที่เสียชีวิต 10 ศพ โดยมีผู้เข้าร่วมหลายพันคน ผู้เสียชีวิตเหล่านี้มาจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมการประท้วงบริเวณหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ในการาจี ล่าสุดมีรายงานเบื้องต้นว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 คน ในปากีสถาน

นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงในเลบานอน มาเลเซีย และไนจีเรีย โดยผู้ประท้วงแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับอิหร่านและต่อต้านสหรัฐอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ขยายวงกว้างเกินกว่าพรมแดนของประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ความเสี่ยงที่ยังคงดำเนินต่อไป

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงน่าวิตก โดยความขัดแย้งนี้มีแนวโน้มจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งในด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การสูญเสียชีวิตและความเสียหายที่เพิ่มขึ้น กำลังสร้างแรงกดดันให้ทุกฝ่ายต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตครั้งนี้ลุกลามไปสู่สงครามที่ใหญ่โตกว่าเดิม