นักวิชาการวิเคราะห์ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ ชี้ปัจจัยภายในอิหร่านกำหนดความยืดเยื้อ
วิเคราะห์ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ ชี้ปัจจัยภายในกำหนด

นักวิชาการรัฐศาสตร์วิเคราะห์ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ ชี้ปัจจัยภายในอิหร่านเป็นตัวกำหนดความยืดเยื้อ

วันนี้ (2 มีนาคม 2569) ผู้ช่วยศาสตราจารย์มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้วิเคราะห์ความขัดแย้งและการสู้รบ หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจับมือโจมตีอิหร่าน นำไปสู่การตอบโต้กันไปมา โดยให้ความเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางและผลกระทบของสถานการณ์นี้

ความเป็นไปได้การส่งกำลังภาคพื้นและความพร้อมของอิหร่าน

ผศ.มาโนชญ์ กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่อิสราเอลจะส่งกำลังภาคพื้นไปยังอิหร่านว่า "ส่วนตัวมองว่าขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม" เนื่องจากอิหร่านยังมีศักยภาพในการตอบโต้ทั้งอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา รวมถึงไซปรัสที่มีฐานทัพของอังกฤษ เขาเชื่อว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจำเป็นต้องเร่งทำลายฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน หากไม่ต้องการให้การสู้รบยืดเยื้อ

ในขณะเดียวกัน อิหร่านก็พยายามจัดการเปลี่ยนผ่านภายในประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การบังคับการและตอบโต้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผศ.มาโนชญ์ชี้ว่า อิหร่านมีพันธมิตรแนวร่วมในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อิรัก ซีเรีย เลบานอน และเยเมน แม้กลุ่มเหล่านี้จะแสดงความพร้อมช่วยเหลือ แต่การสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านส่งผลให้การตัดสินใจเข้าร่วมสะดุดลง อย่างไรก็ตาม หลังมีการแต่งตั้งผู้นำชั่วคราว เริ่มเห็นการขยับของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มากขึ้นในการเข้าสู่การสู้รบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและปัจจัยภายในอิหร่าน

ในส่วนของช่องแคบฮอร์มุซ ผศ.มาโนชญ์เชื่อว่าอิหร่านต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เพราะหากประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะกลายเป็นข้ออ้างให้สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยกระดับปฏิบัติการ รวมถึงดึงแนวร่วมภายนอก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และนาโต้ เข้าร่วม เนื่องจากอาจขัดต่อเสรีภาพในการเดินเรือ

สิ่งที่น่ากังวลคือ หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะยิ่งกดดันตัวเองและกระทบพันธมิตรอย่างจีนและอินเดีย ที่นำเข้าน้ำมันจำนวนมากจากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ รวมถึงประเทศที่ส่งออกน้ำมันจะขาดรายได้ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้พยายามวางตัวเป็นกลางแม้อิหร่านจะโจมตี

ผศ.มาโนชญ์ยังวิเคราะห์ว่า อิหร่านได้เตรียมการล่วงหน้าโดยวางตัวผู้สืบทอดในตำแหน่งสำคัญทางการทหารไว้แล้ว และมีการตั้งสภาผู้นำชั่วคราวขึ้นมาเลือกผู้นำสูงสุดชั่วคราวหลังการสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC)

ปัจจัยกำหนดความยืดเยื้อและผลกระทบต่อประเทศไทย

สถานการณ์จะยืดเยื้อหรือไม่นั้น ผศ.มาโนชญ์มองว่าขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงภายในอิหร่านเป็นสำคัญ หากระบอบของอิหร่านยังคงอยู่และดำเนินการต่อเนื่องได้ รวมถึงหากสหรัฐอเมริกาไม่สามารถทำลายแสนยานุภาพทางการทหารของอิหร่านได้ จะทำให้การสู้รบยืดเยื้อ

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการแย่งชิงอำนาจภายในประเทศ ระหว่างสายสนับสนุนรัฐบาลและสายต่อต้าน หรือมีการปลุกระดมของสหรัฐอเมริกาและเรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน ผศ.มาโนชญ์เชื่อว่าการแย่งชิงอำนาจภายในจะบั่นทอนระบอบการปกครองเดิมและส่งผลต่อทิศทางการตอบโต้ของอิหร่าน สุดท้ายอิหร่านอาจยอมถอยและเจรจา

ส่วนอิสราเอลน่าจะตัดสินใจโจมตีโครงการพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่าน เช่นเดียวกับที่เคยทำในซีเรีย สำหรับผลกระทบต่อคนไทยในอิหร่านและอิสราเอลนั้น มีการให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องระวังพิเศษคือความขัดแย้งอาจลุกลามไปทั่วโลกและโจมตีพื้นที่อื่น ๆ หรือการลอบสังหารบุคคลสำคัญ เนื่องจากไทยเป็นประเทศเปิดและมีนโยบายฟรีวีซ่า จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องนี้ด้วย