นายกฯ กัมพูชาย้ำแก้ปัญหาชายแดนไทยด้วยสันติวิธี ยอมรับสแกมเมอร์ทำลายเศรษฐกิจ
ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สำนักข่าวเอเอฟพี ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนกับประเทศไทยด้วยวิถีทางสันติภาพอย่างเต็มที่
ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา
นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าวอย่างชัดเจนว่า กัมพูชาไม่ใช่ฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด แต่ตรงกันข้าม รัฐบาลกัมพูชามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะลดความตึงเครียดและอยู่ร่วมกับประเทศไทยอย่างสันติสุข
เขาย้ำว่า กัมพูชาต้องการสันติภาพ และจะแก้ไขปัญหาทุกประการด้วยสันติวิธีเท่านั้น พร้อมทั้งเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับฝ่ายไทย รวมถึงพันธมิตรนานาชาติที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าการคลี่คลายความขัดแย้งจะเกิดขึ้นอย่างโปร่งใส
การแก้ไขปัญหานี้จะยึดมั่นบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนข้อตกลงและอนุสัญญาต่างๆ ที่มีระหว่างกัมพูชากับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นข้อพิพาทชายแดนที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
ผลกระทบจากเครือข่ายสแกมเมอร์ต่อเศรษฐกิจกัมพูชา
นอกจากประเด็นความขัดแย้งชายแดนแล้ว นายกฯ กัมพูชายังได้กล่าวถึงปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์หรือที่เรียกว่าเศรษฐกิจสีดำ ซึ่งกำลังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจที่สุจริตของกัมพูชา
เขาระบุว่าเครือข่ายเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำลายเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ชื่อเสียงของประเทศเสื่อมเสียลงอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลกัมพูชาต้องเดินหน้าปราบปรามและกำจัดให้หมดสิ้นไป
นายกฯ ฮุน มาเนต ยอมรับว่า ศูนย์สแกมเมอร์อาจมีผลกระทบโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการลงทุนและการก่อสร้างบางโครงการในประเทศ
อย่างไรก็ตาม เขายืนยันอย่างหนักแน่นว่ารายได้ส่วนใหญ่จากกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้เข้าสู่รัฐบาลกัมพูชาแต่อย่างใด และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของกัมพูชานั้นมาจากภาคเศรษฐกิจที่สุจริตเป็นหลัก ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจหลอกลวงตามที่มีการกล่าวอ้าง
กรณีเฉิน จื้อ และการยืนยันของนายกฯ กัมพูชา
ในส่วนของกรณี เฉิน จื้อ นายกฯ ฮุน มาเนต ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเฉินคือตัวการใหญ่เบื้องหลังเครือข่ายสแกมเมอร์
เขาระบุว่ามีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดแล้วและไม่พบความผิดปกติใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและความพยายามของรัฐบาลกัมพูชาในการจัดการกับปัญหาอย่างจริงจัง
การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่สถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชายังคงเป็นที่จับตาของประชาคมระหว่างประเทศ โดยนายกฯ กัมพูชายังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการร่วมมือกันเพื่อสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค



