โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมดำเนินนโยบายเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติและใช้ทรัพยากรทางทหารเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวทันทีที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคมนี้
แผนเนรเทศครั้งใหญ่
แหล่งข่าวจากทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจของทรัมป์เปิดเผยว่า แผนดังกล่าวจะรวมถึงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อปลดปล่อยทรัพยากรทางการทหารและงบประมาณพิเศษสำหรับการเนรเทศ โดยเป้าหมายหลักคือผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งคาดว่ามีจำนวนหลายล้านคน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังมีแผนที่จะฟื้นฟูนโยบาย 'พักอยู่ระหว่างการเนรเทศ' (Remain in Mexico) ที่บังคับให้ผู้ขอลี้ภัยต้องรอในเม็กซิโกระหว่างการพิจารณาคำร้อง รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคนเข้าเมืองและการก่อสร้างกำแพงชายแดนต่อไป
ปฏิกิริยาจากฝ่ายตรงข้าม
กลุ่มสิทธิมนุษยชนและองค์กรสนับสนุนผู้อพยพต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์แผนดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการใช้กองทัพในการเนรเทศจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนและสร้างความแตกแยกในสังคม ขณะที่รัฐบาลเม็กซิโกก็แสดงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทีมงานของทรัมป์ยืนยันว่านโยบายนี้จำเป็นต่อความมั่นคงของชาติและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกฎหมาย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนเตือนว่าการเนรเทศแรงงานต่างด้าวจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม การก่อสร้าง และบริการ ซึ่งพึ่งพาแรงงานผู้อพยพเป็นหลัก ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนทรัมป์เชื่อว่าการลดจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายจะช่วยเพิ่มค่าจ้างและโอกาสในการทำงานให้กับแรงงานอเมริกัน



