วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พระนาง เต อาริกินุย คูอินี งา ไว โฮโน อิ เต โป พระราชินีแห่งชาวเมารีของนิวซีแลนด์ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่พระราชวังบักกิงแฮม กรุงลอนดอน นับเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างทั้งสองพระองค์ หลังราชินีเมารีขึ้นดำรงตำแหน่งในปี 2567 ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระบิดา กีงงี ตูเฮเตีย
กระชับสัมพันธ์เกือบ 200 ปี
การพบกันครั้งนี้มีขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างชนพื้นเมืองกับราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความสัมพันธ์อันยาวนานเกือบ 200 ปี โดยมีรากฐานจากสนธิสัญญาไวตางี (Treaty of Waitangi) หนึ่งในเอกสารก่อตั้งประเทศนิวซีแลนด์
หารืออย่างอบอุ่นและจริงใจ
โฆษกของราชินีเมารีเปิดเผยว่า ทั้งสองพระองค์ได้หารือกันอย่างอบอุ่นและจริงใจ โดยมีการกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์ของอดีตกษัตริย์เมารี รวมถึงแนวทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์อังกฤษกับชาวเมารีในอนาคต
ต้อนรับจากเจ้าชายวิลเลียม
ก่อนหน้านี้ ราชินีเมารียังได้รับการต้อนรับจากเจ้าชายวิลเลียม ที่พระราชวังวินด์เซอร์ โดยเจ้าชายแห่งเวลส์โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่าเป็นความยินดีที่ได้พบกับราชินี ขณะที่แถลงการณ์จากสถาบันกีงงีตังกา หรือสถาบันกษัตริย์เมารี ระบุว่า ราชินีเมารีได้หารือกับเจ้าชายวิลเลียมในหลายประเด็นระดับโลก พร้อมย้ำถึงความสำคัญของภูมิปัญญาชนพื้นเมือง และการดูแลโลกข้ามรุ่น เพื่อช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมของโลก
ประวัติราชินีเมารี
พระนาง เต อาริกินุย คูอินี งา ไว โฮโน อิ เต โป ขึ้นครองตำแหน่งราชินีเมารีในปี 2567 สืบทอดบัลลังก์ในฐานะราชินีเมารีพระองค์ที่ 2 ต่อจากพระอัยยิกา เต อาริกินุย เดม เต อาไตรังกิกาอาฮู โดยสถาบันกษัตริย์เมารีมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เมื่อชนเผ่าเมารีหลายเผ่าร่วมกันจัดตั้งผู้นำศูนย์กลางขึ้นในลักษณะคล้ายราชวงศ์ยุโรป เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ดินให้กับอาณานิคมอังกฤษ และรักษาวัฒนธรรมเมารีเอาไว้ โดยบทบาทของกษัตริย์หรือราชินีเมารีในปัจจุบันถือเป็นเชิงสัญลักษณ์และวัฒนธรรมเป็นหลัก



