อิสราเอลกลับมาเปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนักในฉนวนกาซาอีกครั้ง หลังการหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะพลเรือนที่ต้องอพยพหนีตายกันอย่างโกลาหล
การโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่
กองทัพอิสราเอลระบุว่าการโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เป้าหมายของกลุ่มฮามาส ซึ่งรวมถึงอุโมงค์ใต้ดินและฐานที่มั่นต่างๆ แต่รายงานจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกาซาระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 200 รายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก
การโจมตีเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของกาซา โดยเฉพาะในเมืองกาซาและพื้นที่ทางตอนเหนือ อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง ขณะที่โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้บาดเจ็บจำนวนมากได้เนื่องจากขาดแคลนเวชภัณฑ์และไฟฟ้า
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ประชาคมโลกต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น สหประชาชาติเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาสู่โต๊ะเจรจาโดยทันที ขณะที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีที่ทำให้พลเรือนเสียชีวิต
เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า การกลับมาโจมตีอีกครั้งจะนำไปสู่หายนะด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม พร้อมเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างถาวร
สถานการณ์ด้านมนุษยธรรม
องค์กรระหว่างประเทศรายงานว่าประชากรในกาซากำลังเผชิญกับวิกฤตด้านอาหาร น้ำ และไฟฟ้า หลังการปิดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โรงพยาบาลหลายแห่งต้องหยุดให้บริการเนื่องจากขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟ
สำนักงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ (UNRWA) ระบุว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในกาซามากกว่า 1.5 ล้านคน ซึ่งต้องอาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวที่แออัดและขาดสุขอนามัยที่ดี
ความพยายามเจรจาหยุดยิง
มีรายงานว่าอียิปต์และกาตาร์กำลังพยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจาหยุดยิงอีกครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม อิสราเอลยืนยันว่าจะไม่หยุดปฏิบัติการจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายในการทำลายขีดความสามารถทางทหารของฮามาส
ด้านกลุ่มฮามาสประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลอย่างเต็มที่ ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดมากขึ้น และอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง



