ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เตรียมลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อห้ามบุคคลข้ามเพศเข้ารับราชการในกองทัพสหรัฐ ซึ่งเป็นการพลิกนโยบายจากสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เปิดโอกาสให้คนข้ามเพศสามารถรับราชการทหารได้อย่างเสรี
รายละเอียดของคำสั่งฝ่ายบริหาร
ตามรายงานของสื่อสหรัฐ คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากลงนาม โดยจะกำหนดให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการตรวจสอบและปลดบุคลากรที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดออกจากกองทัพ นอกจากนี้ยังห้ามการรับสมัครบุคคลข้ามเพศใหม่เข้ารับราชการทหารทุกเหล่าทัพ
ผลกระทบต่อบุคลากรปัจจุบัน
คาดว่าคำสั่งนี้จะส่งผลกระทบต่อทหารข้ามเพศที่ประจำการอยู่ประมาณ 15,000 นาย ซึ่งอาจต้องเผชิญกับการถูกปลดออกจากกองทัพหรือถูกบังคับให้เปลี่ยนสถานะทางเพศกลับไปเป็นเพศกำเนิดเพื่อรักษาตำแหน่งไว้
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
กลุ่มสิทธิพลเมืองและองค์กร LGBTQ ออกมาประณามคำสั่งดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมและกลุ่มทหารผ่านศึกบางส่วนสนับสนุนการตัดสินใจนี้ โดยอ้างถึงความพร้อมรบและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
ข้อกังวลทางกฎหมาย
นักกฎหมายชี้ว่าคำสั่งนี้อาจถูกท้าทายในชั้นศาล เนื่องจากอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ห้ามการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศาลฎีกาสหรัฐเคยมีคำวินิจฉัยในปี 2563 ว่ากฎหมายคุ้มครองการจ้างงานครอบคลุมถึงบุคคลข้ามเพศด้วย
นโยบายที่เปลี่ยนแปลงไป
นี่เป็นการกลับลำนโยบายครั้งสำคัญ หลังจากที่รัฐบาลไบเดนได้ยกเลิกคำสั่งห้ามของทรัมป์ในปี 2564 และกำหนดให้คนข้ามเพศสามารถรับราชการทหารได้โดยไม่ต้องปิดบังอัตลักษณ์ทางเพศ คำสั่งใหม่นี้จะทำให้สหรัฐกลับไปใช้นโยบายเดียวกับสมัยแรกของทรัมป์



