เปิดฉากสงครามการค้ารอบใหม่ สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน
เปิดฉากสงครามการค้ารอบใหม่ สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจีนรอบใหม่

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในอัตราใหม่อย่างเป็นทางการ โดยมีผลบังคับใช้ทันที การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ดำเนินมายาวนานหลายปี

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ไปจนถึงสินค้าเกษตร โดยอัตราภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 25 ซึ่งสูงกว่าอัตราเดิมถึงเท่าตัว ทำให้นักลงทุนและภาคธุรกิจทั่วโลกเกิดความกังวลอย่างหนัก

ผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก

ทันทีที่มีการประกาศ ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในสหรัฐฯ เช่น ดาวโจนส์ เอสแอนด์พี 500 และแนสแด็ก ต่างปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็ได้รับผลกระทบในทางลบเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่า 10 จุดในช่วงเช้าที่ผ่านมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำระบุว่า สงครามการค้ารอบนี้อาจยืดเยื้อและทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างมีท่าทีแข็งกร้าวและไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ปฏิกิริยาจากฝั่งจีน

ทางการจีนได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อมาตรการดังกล่าว โดยโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนแถลงว่า จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ กลับมาเจรจาบนพื้นฐานของความเสมอภาคและเคารพซึ่งกันและกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ จีนมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการทางภาษีตอบโต้สหรัฐฯ เช่นเดียวกับที่เคยทำในรอบก่อน รวมถึงอาจใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การจำกัดการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ หรือการกีดกันบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ออกจากตลาดจีน

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้อาจมีทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในภาคการส่งออกที่พึ่งพาตลาดทั้งสหรัฐฯ และจีน นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่า การส่งออกของไทยอาจชะลอตัวลงราวร้อยละ 2-3 ในปีนี้ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว เช่น การส่งเสริมการส่งออกไปยังตลาดใหม่ การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ