บริทนีย์ สเปียร์ส รับสารภาพขับรถประมาท ยุติคดีเมาแล้วขับ
บริทนีย์ สเปียร์ส รับสารภาพขับรถประมาท ยุติคดีเมาแล้วขับ

บริทนีย์ สเปียร์ส ป๊อปสตาร์ชื่อดังวัย 44 ปี ตัดสินใจยุติคดีเมาแล้วขับด้วยการรับสารภาพในข้อหาขับรถโดยประมาทตามข้อตกลงกับอัยการ ซึ่งส่งผลให้เธอต้องถูกคุมประพฤติเป็นเวลาเพียง 1 ปี แทนที่จะเป็น 3 ปีหากถูกตัดสินในข้อหาเดิม

รายละเอียดคดี

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ทนายความของบริทนีย์ สเปียร์ส ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสูงเวนทูรา เคาน์ตี ทางตอนเหนือของลอสแอนเจลิส เพื่อให้การรับสารภาพในข้อหาขับรถโดยประมาท ซึ่งเป็นข้อหาที่เบากว่าการขับรถในขณะมึนเมาแอลกอฮอล์และ/หรือสารเสพติด (DUI) ที่เธอถูกตั้งข้อหาเดิม โดยนักร้องสาวไม่จำเป็นต้องเดินทางมาปรากฏตัวที่ศาลเนื่องจากเป็นคดีลหุโทษ

เดิมทีบริทนีย์ สเปียร์ส ถูกตั้งข้อหาขับรถในขณะมึนเมาแอลกอฮอล์และ/หรือสารเสพติดเพียงข้อหาเดียว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียเข้าจับกุมตัวเธอเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังได้รับรายงานว่ามีผู้พบเห็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสีดำขับด้วยความเร็วสูงและมีลักษณะส่ายไปมาในเขตเวนทูรา เคาน์ตี เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าเธอมีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัดจึงควบคุมตัวไว้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เงื่อนไขการรับสารภาพ

เอกสารคำร้องทางกฎหมายระบุว่า บริทนีย์ สเปียร์ส ขับรถภายใต้อิทธิพลของทั้งแอลกอฮอล์และยาเสพติดอย่างน้อยหนึ่งชนิดผสมกัน แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงชนิดของสารเสพติด อย่างไรก็ตาม อัยการเขตเวนทูรา เคาน์ตี ให้โอกาสเธอรับสารภาพในข้อหาที่เบากว่า เนื่องจากเธอไม่มีประวัติคดีเมาแล้วขับมาก่อน ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และแสดงความสมัครใจเข้ารับการบำบัด

บทลงโทษในข้อหาขับรถโดยประมาทคือการคุมประพฤติโดยไม่ต้องรายงานตัวเป็นเวลา 12 เดือน หากเธอถูกตัดสินในข้อหาเมาแล้วขับที่รุนแรงกว่า เธอจะต้องถูกคุมประพฤตินานถึง 3 ปี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำเตือนจากอัยการ

นายเอริก นาซาเรนโก อัยการเขต กล่าวว่า หากสเปียร์สกระทำความผิดซ้ำในระหว่างการคุมประพฤติ เธอจะถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับอีกครั้งพร้อมบทลงโทษที่หนักขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงโทษจำคุก 1 ปี และการคุมประพฤติอีก 5 ปี

ข้อกำหนดเพิ่มเติม

แมทธิว เนเมอร์สัน กรรมาธิการศาล สั่งให้บริทนีย์ สเปียร์ส เข้ารับการอบรมเรื่องการดื่มสุราอย่างหนักเป็นเวลา 30 ชั่วโมง และต้องเข้ารับการบำบัดสุขภาพจิตส่วนบุคคลสัปดาห์ละครั้ง รวมถึงพบจิตแพทย์เดือนละ 2 ครั้ง โดยเธอสมัครใจเข้ารับการบำบัด นอกจากนี้ เธอถูกห้ามเด็ดขาดไม่ให้ขับขี่หากมีสารมึนเมาในร่างกาย และต้องยินยอมให้ตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดและตรวจค้นรถยนต์หากถูกเรียกตรวจ