สปิริต แอร์ไลน์ส ปิดกิจการ เซ่นพิษสงครามอิหร่าน ราคาน้ำมันพุ่ง
สปิริต แอร์ไลน์ส ปิดกิจการ เซ่นพิษสงครามอิหร่าน

สปิริต แอร์ไลน์ส ประกาศปิดกิจการ เซ่นพิษสงครามอิหร่าน

สปิริต แอร์ไลน์ส (Spirit Airlines) สายการบินต้นทุนต่ำพิเศษของสหรัฐฯ ประกาศยุติการดำเนินกิจการแล้วในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 หลังจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากสงครามอิหร่าน ซ้ำเติมสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่อยู่แล้วของบริษัท ส่งผลให้เที่ยวบินทั้งหมดถูกยกเลิกทันที

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สปิริต แอร์ไลน์ส ซึ่งอยู่ในสภาวะล้มละลาย ได้ขอความเห็นชอบจากเจ้าหนี้เพื่อรับแผนช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ต้องปิดตัวลง นับเป็นสายการบินแห่งแรกที่ต้องปิดกิจการด้วยเหตุผลที่เชื่อมโยงกับสงครามอิหร่าน

สาเหตุการปิดกิจการ

สาเหตุหลักของการล่มสลายของสายการบินรายนี้มาจากราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นถึงสองเท่าในช่วงสงครามอิหร่านที่ดำเนินมานาน 2 เดือน โดยอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญของโลก ส่งผลให้เกิดวิกฤตราคาพลังงานพุ่งสูง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอเงินช่วยเหลือจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยื้อชีวิตของสปิริต แอร์ไลน์ส แต่ถูกคัดค้านจากที่ปรึกษาใกล้ชิดและสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมากในสภาคองเกรส ทำให้ข้อเสนอไม่ได้รับการอนุมัติ

ทางสายการบินระบุในแถลงการณ์ว่า “เป็นเรื่องน่าเสียใจที่แม้บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ราคาเฉลี่ยของน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงความกดดันด้านธุรกิจอื่นๆ ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มทางการเงินของสปิริต” พร้อมประกาศยุติการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและอุตสาหกรรมการบิน

เที่ยวบินทั้งหมดของสปิริตถูกยกเลิกแล้ว โดยขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารไม่ต้องเดินทางไปยังสนามบิน ข้อมูลจาก Cirium บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบินระบุว่า เดิมทีในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 พฤษภาคม สปิริตมีตารางเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 4,119 เที่ยวบิน คิดเป็นจำนวนที่นั่งถึง 809,638 ที่นั่ง

การปิดตัวลงของสปิริต แอร์ไลน์ส ซึ่งเคยมีส่วนแบ่งเที่ยวบินในสหรัฐฯ ถึง 5% นับเป็นสายการบินขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ที่ต้องปิดตัวลงในรอบสองทศวรรษ สายการบินนี้เคยมีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมราคาค่าโดยสารให้ต่ำลงในตลาดที่ต้องแข่งขันกับสายการบินยักษ์ใหญ่

สงครามอิหร่านถือเป็นวิกฤตครั้งรุนแรงที่สุดของอุตสาหกรรมการบินนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยที่ผ่านมา สปิริตประสบปัญหาในการทำกำไรอยู่แล้วก่อนที่จะต้องมาเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันในครั้งนี้

ผลดีต่อคู่แข่ง

การปิดตัวลงของสปิริตจะส่งผลดีต่อคู่แข่งอย่างเจ็ทบลู แอร์เวย์ส (JetBlue Airways) และฟรอนต์เทียร์ แอร์ไลน์ส (Frontier Airlines) ซึ่งกำลังบอบช้ำจากวิกฤตต้นทุนเช่นกัน โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นของสปิริตในตลาด Over-the-counter ร่วงลงถึง 25% ในขณะที่หุ้นของฟรอนต์เทียร์พุ่งขึ้น 10% และเจ็ทบลูเพิ่มขึ้น 4%

เจ็ทบลูประกาศขยายบริการที่ท่าอากาศยานฟอร์ตลอเดอร์เดล ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการบินหลักของสปิริต โดยจะเพิ่มเส้นทางบินใหม่ 11 เมือง และเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางเดิม เพื่อส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะเข้ามาแทนที่ทันที

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ทำเนียบขาวได้ยื่นข้อเสนอช่วยเหลือขั้นสุดท้ายให้แก่สปิริตและบรรดาเจ้าหนี้ หลังจากการเจรจามาถึงทางตันในประเด็นแพ็กเกจเงินสนับสนุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้สายการบินสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในระหว่างเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

“ถ้าเราช่วยพวกเขาได้ เราก็จะทำ แต่เราต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นอันดับแรก” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว “ถ้าเราทำได้ เราก็จะทำ แต่มันต้องเป็นข้อตกลงที่ดีเท่านั้น”

สปิริต แอร์ไลน์ส สร้างชื่อเสียงด้วยการเสนอค่าโดยสารราคาประหยัดสำหรับนักเดินทางที่เน้นความคุ้มค่าและพร้อมสละบริการเสริมต่างๆ เช่น การโหลดกระเป๋าหรือการระบุที่นั่ง แต่ความต้องการดังกล่าวลดน้อยลงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากผู้โดยสารหันไปให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการเดินทางที่เน้นประสบการณ์มากขึ้น ส่งผลให้สายการบินราคาประหยัดพิเศษแบบสปิริตต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อปรับตัว