สำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอนแถลงการณ์ตั้งข้อหาหนักแก่นายเอสซา สุไลมาน วัย 45 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า 2 กระทง และครอบครองอาวุธมีคมในที่สาธารณะ หลังก่อเหตุสะเทือนขวัญไล่แทงชายชาวยิว 2 รายในย่านโกลเดอร์สกรีน ทางตอนเหนือของลอนดอน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (29 เม.ย.) นอกจากนี้เขายังถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าในอีกคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันที่ย่านซัทเธิร์กด้วย
ประวัติผู้ต้องหาและมาตรการของรัฐบาล
ข้อมูลจากบีบีซีระบุว่านายสุไลมานเป็นพลเมืองอังกฤษที่ย้ายถิ่นฐานมาจากโซมาเลียอย่างถูกกฎหมายในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ตำรวจเปิดเผยว่าเขาเคยถูกส่งตัวเข้าโครงการเฝ้าระวังและป้องกันแนวคิดสุดโต่งเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายในปี 2020 ก่อนที่กรณีของเขาจะถูกปิดลงในปลายปีเดียวกัน หลังเหตุโจมตีดังกล่าว รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศยกระดับเตือนภัยก่อการร้ายทั่วประเทศสู่ระดับ Severe (รุนแรงมาก) ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการโจมตี โดยระบุว่าระดับภัยคุกคามนี้เพิ่มสูงขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว และเหตุการณ์แทงชาวยิวครั้งนี้ไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียว
คำมั่นของนายกรัฐมนตรีและความหวาดกลัวในชุมชน
นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ให้คำมั่นจากบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ว่าจะบังคับใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อกวาดล้างการต่อต้านชาวยิว รวมถึงเพิ่มกำลังตำรวจในชุมชนชาวยิว และเร่งผลักดันกฎหมายจัดการกับภัยคุกคามที่สนับสนุนโดยรัฐ พร้อมเรียกร้องให้คนในชาติลืมตารับรู้ถึงความเจ็บปวดของคนเชื้อสายยิว
หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายชลอยเมอ แรนด์ วัย 34 ปี ให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกเหมือนพระเจ้ามอบชีวิตคืนมาให้ ล่าสุดเขาออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ส่วนเหยื่ออีกรายคือนายโมเช ไชน์ วัย 76 ปี ยังคงรักษาตัวโดยมีอาการทรงตัว
นายมาร์ก รูว์ลีย์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอน ระบุว่านี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่าโรคระบาดแห่งการต่อต้านชาวยิวที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกและในอังกฤษ โดยยืนยันว่าตำรวจจะทุ่มทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลอังกฤษประกาศจัดสรรงบประมาณพิเศษ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.1 พันล้านบาท) เพื่อเพิ่มกำลังสายตรวจและการรักษาความปลอดภัยในชุมชนชาวยิว อย่างไรก็ตาม ความหวาดกลัวยังคงปกคลุมไปทั่ว โดยชายชาวยิวรายหนึ่งเปิดใจกับสื่อว่ากำลังตัดสินใจย้ายออกจากอังกฤษมุ่งหน้าไปอิสราเอล เนื่องจากรู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อต้องเดินบนถนนในประเทศนี้



