สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ว่า ได้เริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรโรงกลั่นอิสระขนาดเล็กในประเทศจีนที่เรียกว่า 'ทีพ็อต' (Teapot) ฐานจัดซื้อน้ำมันจากอิหร่านคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่วอชิงตันและเตหะรานกำลังจะเริ่มการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่ปากีสถาน
เป้าหมายการคว่ำบาตร
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่บริษัท เหิงลี่ ปิโตรเคมีคอล (ต้าเหลียน) รีไฟเนอรี (Hengli Petrochemical [Dalian] Refinery) ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดที่ซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่าน นอกจากนี้ สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) ยังได้คว่ำบาตรบริษัทขนส่งและเรืออีกประมาณ 40 แห่งที่สหรัฐฯ อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'กองเรือเงา' (Shadow fleet) ของอิหร่าน ที่คอยแอบลักลอบขนน้ำมันเพื่อเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
ปฏิกิริยาจากจีน
โฆษกสถานทูตจีนออกมาตอบโต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการนำเรื่องการค้าและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาเป็นประเด็นทางการเมือง และหยุดใช้สิ่งเหล่านี้เป็นอาวุธหรือเครื่องมือ รวมถึงหยุดใช้มาตรการคว่ำบาตรในทางที่ผิดเพื่อโจมตีบริษัทจีน
ประวัติการคว่ำบาตรก่อนหน้านี้
เมื่อปีก่อน รัฐบาลทรัมป์ได้สั่งคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กของจีนไปแล้วหลายแห่ง รวมถึงโรงงานของบริษัท เหอเป่ย ซินไห่ เคมีคอล กรุ๊ป (Hebei Xinhai Chemical Group), บริษัท ซานตง โส่วกวง หลู่ฉิง ปิโตรเคมีคอล (Shandong Shouguang Luqing Petrochemical) และบริษัท ซานตง เซิ่งซิง เคมีคอล (Shandong Shengxing Chemical) การดำเนินการดังกล่าวสร้างอุปสรรคให้กับบรรดาโรงกลั่น รวมถึงความยากลำบากในการรับน้ำมันดิบ และทำให้ต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่กลั่นแล้วภายใต้ชื่ออื่น
ผลกระทบต่อโรงกลั่นทีพ็อต
โรงกลั่น 'ทีพ็อต' เป็นโรงกลั่นอิสระขนาดเล็กที่มีสัดส่วนกำลังการผลิตรวมกันถึง 1 ใน 4 ของกำลังการผลิตโรงกลั่นทั้งหมดในจีน โรงกลั่นเหล่านี้บริหารจัดการด้วยส่วนต่างกำไรที่น้อยมาก และบางครั้งก็ประสบภาวะขาดทุน อีกทั้งยังถูกบีบคั้นในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากความต้องการใช้ภายในประเทศที่ซบเซา มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ จะอายัดทรัพย์สินของบุคคลหรือบริษัทเหล่านั้นที่อยู่ในสหรัฐฯ ทั้งหมด และห้ามชาวอเมริกันทำธุรกิจด้วย ส่งผลให้โรงกลั่นอิสระขนาดใหญ่บางแห่งเริ่มชะลอการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
ข้อมูลปี 2568 จากบริษัทวิเคราะห์ Kpler ระบุว่า จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันกว่า 80% ที่อิหร่านขนส่งทางเรือ การคว่ำบาตรครั้งนี้จึงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้าน้ำมันระหว่างทั้งสองประเทศ



