รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย นายซูกิโอโน ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า ประเทศของเขาจะไม่ดำเนินการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมใดๆ กับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีคลังได้เสนอแนวคิดดังกล่าวขึ้นมา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกรณีที่อิหร่านเรียกเก็บเงินจากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
จุดยืนของอินโดนีเซียภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
นายซูกิโอโนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ณ กรุงจาการ์ตา ตามรายงานของสำนักข่าวอันตารา (Antara) ของอินโดนีเซียว่า อินโดนีเซียให้ความเคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลหรือ UNCLOS อย่างเคร่งครัด
“จุดยืนของอินโดนีเซีย ในฐานะรัฐหมู่เกาะ คือเราต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง UNCLOS” นายซูกิโอโนกล่าว “ตามประวัติศาสตร์แล้ว UNCLOS นั้นรวมไปถึงความเข้าใจและข้อตกลงที่ให้การรับรองเราในฐานะรัฐหมู่เกาะ ตราบเท่าที่เราไม่บังคับใช้การเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมในช่องแคบต่างๆ ที่อยู่ในอาณาเขตของเรา”
สนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือ
นายซูกิโอโนกล่าวต่อว่า “เราหวังให้มีการเดินเรือผ่านได้อย่างอิสระ ในฐานะประเทศคู่ค้า เราสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือ ผมเชื่อว่าหลายประเทศมีพันธสัญญาในการสร้างเส้นทางเดินเรือที่เสรี เป็นกลาง และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน”
“ดังนั้น คำตอบคือไม่ อินโดนีเซียไม่อยู่ในจุดที่จะเก็บค่าผ่านทางได้” รัฐมนตรีต่างประเทศย้ำชัดเจน
เบื้องหลังข้อเสนอของรัฐมนตรีคลัง
ความเห็นของนายซูกิโอโนมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โยนหินถามทางถึงความเป็นไปได้ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากแผนการของอิหร่านที่จะเรียกเก็บเงินจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นายปูร์บายายังกล่าวอีกว่า ข้อเสนอนี้สอดคล้องกับคำสั่งของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่ต้องการให้อินโดนีเซียวางตัวเป็น “ผู้เล่นหลัก” (Key Player) บนเวทีเศรษฐกิจโลก
จุดยืนของประเทศเพื่อนบ้าน
ดร. วิเวียน บาลากฤษนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC เมื่อวันพุธว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในฐานะรัฐชายฝั่งของช่องแคบมะละกา มี “กลไกความร่วมมือ” ที่จะไม่จัดเก็บค่าผ่านทาง และจะรักษาแนวทางนี้ต่อไป
“เราไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง พวกเราทุกคนต่างเป็นระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการค้า และพวกเราทุกคนต่างรู้ดีว่าการรักษาเส้นทางนี้ให้เปิดกว้างคือผลประโยชน์ของพวกเราเอง” รัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าว
การยืนยันของอินโดนีเซียครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของช่องแคบมะละกาในฐานะเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่สำคัญ ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าของหลายประเทศทั่วโลก



