ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาออกมาระบุผ่านสื่อว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะแตกแยกอย่างรุนแรง หลังจากที่คณะผู้แทนจากอิหร่านไม่เข้าร่วมการเจรจารอบที่ 2 กับรองประธานาธิบดีเจ.ดี.แวนซ์ ณ ประเทศปากีสถาน ทรัมป์ใช้เหตุผลดังกล่าวในการขยายเวลาหยุดยิงเพื่อเปิดโอกาสให้เตหะรานกลับไปจัดทำข้อเสนอที่มีความเป็นเอกภาพมากขึ้น ท่าทีของทำเนียบขาวถูกมองว่าเป็นความพยายามชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการควบคุมอำนาจของผู้นำรุ่นใหม่ในอิหร่าน
มุมมองที่แตกต่างจากผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางกลับมองเห็นภาพที่แตกต่างออกไป โดยระบุว่าการประเมินของทรัมป์อาจเป็นการตีความที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง ศาสตราจารย์เมหรัต คัมราวา จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กาตาร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่าความเป็นผู้นำของอิหร่านในปัจจุบันมีความสอดประสานกันอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะในการดำเนินยุทธศาสตร์สงครามและการเจรจาที่ยังคงรักษากฎเหล็กเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น การที่อิหร่านปฏิเสธการเจรจาในปากีสถานไม่ใช่เพราะความแตกแยกภายใน แต่เป็นจุดยืนที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ต้องยุติการปิดล้อมท่าเรือที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่อิหร่านยืนหยัดมาโดยตลอด
การปรับโครงสร้างอำนาจในอิหร่าน
สถานการณ์การปกครองในอิหร่านได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินปฏิบัติการกำจัดผู้นำระดับสูงทั้งสายทหารและการเมือง รวมถึงอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจจากการมีผู้ตัดสินใจสูงสุดเพียงคนเดียว มาสู่ระบบคณะกรรมการยามสงครามที่รวบรวมเจ้าหน้าที่จากหลากหลายขั้วการเมืองภายใต้ร่มเงาของกองทัพ เพื่อประคับประคองประเทศให้รอดพ้นจากสงครามที่อาจนำไปสู่การล่มสลายของรัฐ
แม้ว่ามอจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้ล่วงลับจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แต่ปัจจุบันเขายังคงเก็บตัวเงียบท่ามกลางรายงานข่าวเรื่องอาการบาดเจ็บรุนแรง ทำให้เขายังไม่มีบทบาทในการสั่งการที่ชัดเจนเหมือนบิดา โครงสร้างใหม่นี้แตกต่างจากวิถีการปกครองตลอด 37 ปีภายใต้ อาลี คาเมเนอี อย่างสิ้นเชิง ในอดีตอิหร่านมีสถาบันต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เสนอแนะเพื่อให้ผู้นำสูงสุดตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ในปัจจุบันที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่เข้าถึงได้ยาก เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ จึงมีพื้นที่ในการดำเนินกลยุทธ์มากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าสิ่งนี้ไม่ได้แปลว่าพวกเขาแตกแยกกัน แต่เป็นการปรับตัวเพื่อให้ระบบยังคงขับเคลื่อนไปได้ภายใต้สภาวะวิกฤต
บทบาทของกาลีบาฟในฐานะตัวกลาง
นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ เป็นตัวกลางคนสำคัญที่เชื่อมโยงทุกขั้วอำนาจเข้าด้วยกันในการเจรจากับสหรัฐฯ เขาทำหน้าที่ประสานงานระหว่างกลุ่มต่าง ๆ เพื่อรักษาเอกภาพในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ
แรงกดดันภายในจากกลุ่มฮาร์ดไลน์
รัฐบาลอิหร่านยังต้องเผชิญกับแรงกดดันภายในจากกลุ่มอนุรักษนิยมสุดโต่งหรือกลุ่มฮาร์ดไลน์ที่ยังคงควบคุมสภาและสื่อของรัฐ กลุ่มคนเหล่านี้แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านการชุมนุมบนท้องถนนทุกวันเพื่อคัดค้านข้อตกลงใด ๆ ที่จะทำให้ประเทศดูเหมือนเป็นผู้พ่ายแพ้ต่อวอชิงตัน ความอ่อนไหวนี้เห็นได้ชัดจากกรณีที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถูกโจมตีอย่างหนักเพียงเพราะให้ข้อมูลว่าช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดให้เรือสินค้าผ่านได้ ซึ่งกลุ่มฮาร์ดไลน์มองว่าเป็นการแสดงความอ่อนแอ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ต้องรีบออกมาแก้ข่าวทันที
ผลกระทบจากท่าทีของทรัมป์
ในฝั่งของสหรัฐฯ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบขาวบางรายกังวลว่า การโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียและการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์บ่อยครั้งของทรัมป์ในระหว่างการเจรจา กำลังกลายเป็นอุปสรรคต่อความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพ เนื่องจากชาวอิหร่านมีความหวาดระแวงและไม่เชื่อใจสหรัฐฯ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่ทรัมป์พยายามเร่งรัดประกาศชัยชนะและสร้างภาพลักษณ์ว่าอิหร่านกำลังล่มสลาย ยิ่งทำให้ฝ่ายเจรจาของเตหะรานต้องแข็งกร้าวมากขึ้นเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของระบอบปกครองและสยบเสียงวิจารณ์ภายในประเทศ
บทสรุป
บทสรุปของสถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของรอยร้าวภายในรัฐบาลอิหร่านตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง แต่เป็นการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ที่มีเดิมพันสูงระหว่างระบอบปกครองที่กำลังเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอำนาจยามสงคราม กับรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พยายามกดดันให้เกิดการยอมจำนนอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสุขภาพผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการชี้วัดทิศทางของสงครามและสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางหลังจากนี้



