ทำเนียบขาวชี้แจงเหตุอิหร่านยึดเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกาได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับกรณีที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างว่ายึดเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ 2 ลำเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจากเรือที่ถูกยึดไม่ใช่เรือของสหรัฐฯ หรืออิสราเอล
โฆษกทำเนียบขาวย้ำเรือที่ถูกยึดเป็นเรือนานาชาติ
นางสาวแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าว Fox News ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้มองว่าการยึดเรือครั้งนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจากเรือทั้งสองลำเป็นเรือนานาชาติ ไม่ใช่เรือของสหรัฐฯ หรืออิสราเอล เธอยังเสริมว่า “เรือเหล่านี้ไม่ใช่เรือของสหรัฐฯ และไม่ใช่เรือของอิสราเอล แต่เป็นเรือนานาชาติ 2 ลำ”
ลีวิตต์ได้วิจารณ์การกระทำของอิหร่านอย่างรุนแรง โดยเปรียบเทียบว่าอิหร่านซึ่งเคยมีกองทัพเรือที่ทรงอานุภาพที่สุดในตะวันออกกลาง กลับทำตัวเหมือนกลุ่มโจรสลัดในปัจจุบัน เธอกล่าวว่า “พวกเขาไม่มีอำนาจควบคุมช่องแคบอีกต่อไป สิ่งที่เราเห็นอยู่นี้คือการกระทำเยี่ยงโจรสลัด และการปิดล้อมทางเรือที่สหรัฐฯ บังคับใช้อยู่นั้นยังคงมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง”
อิหร่านอ้างเหตุผลการยึดเรือและสื่อรายงานเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ออกมาอ้างว่าได้ยึดเรือ 2 ลำที่ “ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติการโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ละเมิดกฎระเบียบซ้ำซาก และบิดเบือนระบบนำทาง” นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่อของอิหร่านว่า มีเรือลำที่สามซึ่งเป็นเรือของบริษัทกรีซ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของ IRGC เช่นกัน และในขณะนี้ “อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้การได้บริเวณนอกชายฝั่งของอิหร่าน”
โฆษกทำเนียบขาวพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้ โดยชี้ให้เห็นว่า “นี่เป็นเพียงเรือ (เล็ก) สองลำ ซึ่งเทียบไม่ได้เลยเมื่อดูจากสถิติที่สหรัฐฯ ได้จมเรือรบของอิหร่านไปมากกว่า 160 ลำ” ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการควบคุมสถานการณ์และไม่ให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติมในภูมิภาค
กรณีนี้เกิดขึ้นในบริบทของความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเฉพาะในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก การยึดเรือดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางทะเลและเศรษฐกิจการค้าในระยะยาว



