อิหร่านยืนยันจุดยืนแข็งกร้าว ไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ยังละเมิดการหยุดยิงและปิดล้อมท่าเรือ
ในวันที่ 22 เมษายน 2569 สื่ออิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ควบคุมเรือ 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ฐานละเมิดกฎระเบียบการเดินเรือ ก่อนจะลากจูงเรือเข้าสู่ชายฝั่งของอิหร่าน โดย IRGC ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมว่า เรือทั้ง 2 ลำเดินเรือโดยไม่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดและดัดแปลงแก้ไขระบบนำทาง ซึ่งถือเป็นการสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางทะเลอย่างร้ายแรง
การยึดเรือและผลกระทบต่อสถานการณ์ความตึงเครียด
มีการเผยแพร่ภาพถ่ายจากดาวเทียมที่เผยให้เห็นเรือบรรทุกสินค้า 2 ลำ ได้แก่ MSC Francesca ติดธงปานามา และเรือ Epaminondas ติดธงไลบีเรีย ที่อิหร่านอ้างว่าได้ยึดเอาไว้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีเรือสินค้า 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ การปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่อิหร่านยึดเรือไว้ นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์
ท่ามกลางการเดินหน้าใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งที่ขัดขวางการเจรจารอบใหม่ระหว่าง 2 ประเทศเพื่อหาทางยุติสงคราม โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังละเมิดการหยุดยิง
การวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรง
กาลิบาฟชี้ว่า การละเมิดดังกล่าวรวมถึงการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ซึ่งเท่ากับการจับเศรษฐกิจโลกเป็นตัวประกัน และรวมถึงการก่อสงครามของอิสราเอลในทุกแนวรบ เขายังโพสต์ข้อความสื่อถึงสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า ทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ด้วยการรุกรานทางทหาร และจะไม่มีวันทำสำเร็จด้วยการใช้วิธีข่มขู่เช่นกัน โดยทางออกเดียวหลังจากนี้คือการยอมรับในสิทธิของประชาชนชาวอิหร่าน
ด้านประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า อิหร่านไม่ได้ร้องขอการหยุดยิง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ อย่างรุนแรงเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงและการไม่ปฏิบัติตามพันธสัญญาที่เคยให้ไว้ และย้ำว่ารัฐบาลอิหร่านจะพิจารณาลดระดับความตึงเครียดก็ต่อเมื่อเงื่อนไขต่างๆ ของอิหร่านได้รับการตอบสนองเท่านั้น
ประธานาธิบดีอิหร่านโจมตีสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ออกมากล่าวโจมตีสหรัฐฯ อีกครั้งว่า การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ การใช้คำข่มขู่และการผิดสัญญาที่เคยให้ไว้ คืออุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้เกิดการเจรจาที่แท้จริง โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาอิหร่านยินดีต่อการเปิดบทสนทนาและข้อตกลงต่างๆ มาโดยตลอด และยังคงมีจุดยืนเช่นเดิมจนถึงปัจจุบัน
เขาทิ้งท้ายว่าโลกทั้งใบมองเห็นวาทกรรมหน้าไหว้หลังหลอกอันไม่มีที่สิ้นสุดของสหรัฐฯ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่กล่าวอ้างกับสิ่งที่กระทำจริง สถานการณ์นี้ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงสูงขึ้น และอาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกหากไม่มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน



