ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ขยายเวลาหยุดยิงอิหร่าน แต่เตหะรานลั่นจะตอบโต้ทันที
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 นาย เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีแห่งปากีสถาน ได้ออกมาแสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ ตอบรับคำขอให้ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปก่อน จนกว่าผู้นำเตหะรานจะสามารถยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพให้แก่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้
การขอบคุณจากปากีสถานและความพยายามทางการทูต
นายชารีฟโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า "ในนามส่วนตัวของผมและในนามของจอมพลไซเยด อาซิม มูนีร์ ผมขอขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์อย่างจริงใจที่กรุณาตอบรับคำขอของเราในการขยายเวลาการหยุดยิง เพื่อเปิดทางให้ความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ได้ดำเนินต่อไป" นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำว่าปากีสถานจะพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวร และกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงต่อไป พร้อมกับพยายามบรรลุข้อตกลงสันติภาพในการเจรจารอบที่สองซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด
การประกาศขยายเวลาหยุดยิงและมาตรการของสหรัฐฯ
โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศขยายเวลาหยุดยิงออกไปอย่างเป็นทางการ โดยระบุเงื่อนไขว่าจนกว่าผู้นำเตหะรานจะสามารถยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพให้แก่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ พร้อมกับย้ำว่าสหรัฐฯ จะดำเนินการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและการทหาร
การปฏิเสธและการขู่ตอบโต้จากอิหร่าน
ด้านนาย มาห์ดี โมฮัมมาดี ที่ปรึกษาอาวุโสของนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาปฏิเสธการประกาศขยายเวลาหยุดยิงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างแข็งกร้าว โดยระบุว่ารัฐบาลเตหะรานควรตอบโต้ด้วยกำลังทางทหารแทนที่จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
นายโมฮัมมาดีกล่าวว่า "ฝ่ายที่กำลังพ่ายแพ้ไม่มีสิทธิ์มาตั้งเงื่อนไข" และเรียกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ว่า เป็น "การโอบล้อม" ซึ่ง "ไม่ต่างอะไรกับการระดมยิงถล่ม" เขายังกล่าวหานายทรัมป์ด้วยว่า การขยายเวลาหยุดยิงเป็นเพียง "กลอุบายเพื่อซื้อเวลาสำหรับการโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัว" พร้อมเสริมว่า "ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน"
สถานการณ์ความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินต่อไป
ความขัดแย้งระหว่างปากีสถานและอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียดสูง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่การตอบโต้จากทั้งสองฝ่ายแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในแนวทางการแก้ไขปัญหา ปากีสถานมุ่งเน้นไปที่การทูตและการเจรจา ในขณะที่อิหร่านแสดงท่าทีแข็งกร้าวและเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้ทางทหาร
การขยายเวลาหยุดยิงนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับการหาทางออกอย่างสันติ แต่ความเสี่ยงของการปะทะยังคงมีอยู่สูง หากการเจรจาล้มเหลวหรืออิหร่านตัดสินใจโจมตีก่อน สถานการณ์อาจเลวร้ายลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค



