ศรีลังกายืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่ง 87 ศพ สูญหายนับสิบ หลังสหรัฐฯโจมตีเรืออิหร่านอับปาง
ทางการศรีลังกาได้ออกมายืนยันตัวเลขล่าสุดของเหตุก่อเหตุรุนแรงในทะเล โดยพบผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 87 คน สูญหายอีกหลายสิบคน และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 32 คน หลังจากเรือฟริเกต ไอริส เดนา ของอิหร่านถูกโจมตีจนอับปางในวันนี้ (5 มีนาคม 2569) เจ้าหน้าที่กู้ภัยของศรีลังกากำลังทยอยลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตที่เก็บกู้มาจากทะเลไปยังสถานที่เก็บรักษาศพที่โรงพยาบาลในเมืองกอลล์ ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของประเทศ
รายละเอียดเหตุการณ์โจมตีเรืออิหร่านในน่านน้ำสากล
กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยภาพวินาทีสำคัญที่แสดงให้เห็นเรือดำน้ำของสหรัฐฯทำการโจมตีเรือฟริเกต ไอริส เดนา จนเกิดระเบิดอย่างรุนแรงและอับปางในที่สุด พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในน่านน้ำสากล นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของศรีลังกาในมหาสมุทรอินเดีย โดยถือเป็นหนึ่งในไม่กี่เคสที่เรือดำน้ำสามารถจมเรือได้นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯยังได้ย้ำข้อความเชิงยุทธศาสตร์ว่า "สหรัฐอเมริกากำลังได้รับชัยชนะในสงครามกับอิหร่าน และกองทัพสหรัฐฯจะต่อสู้ได้อีกนานตราบเท่าที่จำเป็น" ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการทางทหารต่อเนื่อง
การประเมินสถานการณ์และทิศทางความขัดแย้งจากผู้นำทหารสหรัฐฯ
พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการของความขัดแย้ง โดยระบุว่าอิหร่านมีการยิงขีปนาวุธน้อยลงกว่าช่วงแรก ๆ ของการสู้รบ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความอ่อนล้าทางทรัพยากรหรือยุทธวิธีที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ เขายังเสริมว่าสหรัฐอเมริกามีแผนที่จะขยายการโจมตีเข้าไปในแผ่นดินของอิหร่านมากขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับความรุนแรงและขอบเขตของสงคราม
เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังจากที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลดำเนินการโจมตีในอิหร่านอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสะสมทั่วโลกมากกว่า 1,097 คน และก่อให้เกิดความกังวลในตลาดน้ำมันจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการอพยพพลเมืองของหลายชาติและผลกระทบต่อเที่ยวบินทั่วโลก
ความขัดแย้งในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสงครามสมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายและมีผลกระทบข้ามพรมแดน โดยเฉพาะต่อประเทศอย่างศรีลังกาที่ต้องเผชิญกับภาระในการจัดการกับวิกฤตมนุษยธรรมและความเสียหายในน่านน้ำของตน



