ทรัมป์อ้างอิหร่านระงับประหารหญิง 8 คนหลังร้องขอ เตหะรานปฏิเสธยันไม่มีแผน
ทรัมป์อ้างอิหร่านระงับประหารหญิง 8 คน เตหะรานปฏิเสธ

ทรัมป์อ้างอิหร่านระงับประหารหญิง 8 คนหลังร้องขอ เตหะรานปฏิเสธยันไม่มีแผน

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า อิหร่านตกลงระงับการประหารชีวิตผู้หญิง 8 คนแล้ว หลังจากเขายื่นคำขอโดยตรงถึงผู้นำอิหร่านเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยทรัมป์ระบุในโพสต์ว่า "ข่าวดีมาก! ผมเพิ่งได้รับแจ้งว่าผู้หญิงที่ร่วมประท้วงทั้ง 8 คนซึ่งกำลังจะถูกประหารชีวิตในคืนนี้ที่อิหร่านจะไม่ถูกสังหารแล้ว โดย 4 คนจะได้รับการปล่อยตัวทันที และอีก 4 คนจะถูกตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลาหนึ่งเดือน" พร้อมแสดงความซาบซึ้งใจที่อิหร่านให้เกียรติคำร้องขอของเขาในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา

อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ ยันไม่มีแผนประหารชีวิต

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านได้ออกมายืนยันในเวลาต่อมาว่า พวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะประหารชีวิตผู้หญิงกลุ่มใดทั้งสิ้น โดยปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าผู้หญิงกลุ่มนี้กำลังจะถูกประหารชีวิต ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เขาโพสต์ข้อความเรียกร้องให้ผู้นำอิหร่านปล่อยตัวผู้หญิง 8 คน พร้อมแนบภาพถ่ายหน้าจอซึ่งแสดงให้เห็นโพสต์บน X ของผู้ใช้งานคนหนึ่งที่อ้างว่า หญิง 8 คนกำลังจะถูกอิหร่านประหาร โดยที่ประชาคมนานาชาติกับองค์กรสิทธิมนุษยชนไม่สนใจเลย

ความขัดแย้งข้อมูลเพิ่มความคลางแคลงใจในระบบยุติธรรมอิหร่าน

ข้อมูลที่ขัดแย้งดังกล่าวยิ่งเพิ่มความคลางแคลงใจเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลคดีต่าง ๆ ภายใต้ระบบยุติธรรมของอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้นายทรัมป์ก็เคยกล่าวอ้างผิดๆ เกี่ยวกับคำตัดสินประหารชีวิตในอิหร่านมาแล้ว ซึ่งภายหลังถูกโต้แย้งหรือไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนและความไม่โปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมของอิหร่าน รวมถึงการเมืองระหว่างประเทศที่อาจมีอิทธิพลต่อการรายงานข่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การอ้างสิทธิ์ของทรัมป์ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการฑูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมักมีประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นจุดขัดแย้งหลัก ผู้สังเกตการณ์หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากทั้งสองด้าน โดยเฉพาะในบริบทที่ทรัมป์มีประวัติการโพสต์ข้อความที่อาจไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่เป็นกลาง