อิสราเอลสั่งลงโทษทหาร 8 นาย หลังก่อเหตุทุบทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ออกแถลงการณ์เปิดเผยถึงการลงโทษทหารอิสราเอลจำนวน 8 นาย หลังจากที่พวกเขาก่อเหตุทุบทำลายรูปปั้นพระเยซูในหมู่บ้านเดเบล ทางตอนใต้ของเลบานอน เหตุการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจและเสียงประณามอย่างกว้างขวางจากหลายฝ่าย ทั้งในเลบานอนและทั่วโลก
รายละเอียดการลงโทษและผลกระทบ
ตามรายงานจาก IDF ทหารอิสราเอลสองนาย ซึ่งเป็นผู้ใช้ค้อนปอนด์ทุบรูปปั้นพระเยซูและผู้ถ่ายภาพเหตุการณ์ จะถูกลงโทษด้วยการควบคุมตัวทางทหารเป็นเวลา 30 วัน นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังจะถูก “ปลดจากหน้าที่สู้รบ” หลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น ส่วนทหารอีก 6 นายที่อยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้เข้าขัดขวางหรือรายงานเหตุการณ์ จะถูกดำเนินการแยกต่างหาก IDF ระบุว่าการสอบสวนพบว่าพฤติกรรมของทหารเหล่านั้นเบี่ยงเบนไปจากคำสั่งและค่านิยมของกองกำลังอย่างสิ้นเชิง
ในแถลงการณ์ IDF ยังได้ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเปิดเผยว่ากองกำลังได้นำรูปปั้นใหม่มาเปลี่ยนแทนที่รูปปั้นที่เสียหายแล้ว “โดยมีการประสานงานอย่างเต็มที่กับชุมชนในท้องถิ่น” พร้อมย้ำว่าปฏิบัติการในเลบานอนมุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ เท่านั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนชาวเลบานอน
ปฏิกิริยาจากผู้นำและชุมชน
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวว่าเขารู้สึก “ตกตะลึงและเสียใจ” ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และต่อความเจ็บปวดใดๆ ที่เหตุการณ์นี้ได้สร้างแก่ผู้ที่มีความเชื่อความศรัทธาทั้งในเลบานอนและทั่วโลก ด้านชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่ารูปปั้นดังกล่าวตั้งอยู่บนไม้กางเขนบริเวณหน้าบ้านของครอบครัวหนึ่งที่ชายขอบหมู่บ้านเดเบล ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่หมู่บ้านที่ชาวเมืองยังคงปักหลักอาศัยอยู่ท่ามกลางสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ซึ่งเป็นตัวแทนจากพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของอิสราเอล ได้ออกมาประณามเหตุการณ์นี้ โดยเรียกร้องให้มี “บทลงโทษที่รวดเร็ว รุนแรง และเปิดเผยต่อสาธารณะ” ต่อการกระทำอันน่าโกรธแค้นในครั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดและความอ่อนไหวทางศาสนาในภูมิภาคที่ยังคงมีข้อพิพาททางการเมืองและความขัดแย้งทางอาวุธอย่างต่อเนื่อง



