อิหร่านเผชิญวิกฤตหนัก ยอดเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีสหรัฐฯ-อิสราเอลพุ่ง 787 ศพ
วันนี้ (4 มีนาคม 2569) สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดย สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในช่วง 4 วันที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 787 คน ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงที่ทวีคูณขึ้นอย่างน่าวิตก
การโจมตีทางอากาศในเตหะรานและเหตุโดรนระเบิดที่ดูไบ
การโจมตีทางอากาศในอิหร่าน โดยเฉพาะในกรุงเตหะราน ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 4 โดยประชาชนยังคงได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องและเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นแทบทั้งวัน สถานการณ์ความไม่สงบนี้ส่งผลให้บรรยากาศตามท้องถนนในกรุงเตหะรานเงียบเหงาเป็นอย่างมาก ผู้คนและรถยนต์ค่อนข้างบางตากว่าปกติ ในขณะที่ร้านค้าต่างๆ ต่างปิดทำการเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขอิหร่าน ได้พาสื่อมวลชนไปดูความเสียหายของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน ซึ่งทางการอิหร่านชี้ว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่ถูกโจมตีโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข
ขณะเดียวกัน เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดเหตุ โดรนโจมตีบริเวณลานจอดรถใกล้กับสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ที่นครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเกิดเพลิงไหม้เล็กน้อย แต่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเตือนภัยที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค
การโจมตีขยายวงสู่เลบานอนและยอดอพยพพุ่งสูง
ด้านโฆษกกองทัพอิสราเอลยืนยันว่า ยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ (3 มีนาคม) ได้สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังคุดส์ที่ดูแลกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน รวมทั้งทำลายศูนย์บัญชาการนิวเคลียร์ลับที่มีชื่อว่า มิน ซาดาอี ซึ่งบางส่วนตั้งอยู่ใต้ดินในกรุงเตหะราน
การโจมตียังขยายวงไปสู่เลบานอนอีกแนวรบหนึ่ง โดยเมืองซิดอน เมืองท่าสำคัญได้รับความเสียหายอย่างหนักหลายจุด หลังกองทัพอิสราเอลเปิดการโจมตีโดยไม่ได้แจ้งเตือนล่วงหน้า แต่ต่อมาได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนในย่านฮาเร็ตก่อนการโจมตีต่ออีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกลุ่มเฮซบอลลาห์ พร้อมระบุว่าได้ส่งทหารภาคพื้นดินเข้าสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนแล้ว
การโจมตีย่านชานเมืองของกรุงเบรุตยังดำเนินไปตลอดทั้งเมื่อวานนี้ แม้เครื่องบินพาณิชย์จะยังคงขึ้น-ลงที่เมืองแห่งนี้ท่ามกลางกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาหลายจุด ทางการเลบานอนเปิดเผยว่า การโจมตีของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศแล้วอย่างน้อย 40 คน และบาดเจ็บ 200 คน
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ชาวเลบานอนในหลายพื้นที่ต้องพลัดถิ่นฐานออกมาเพื่อความปลอดภัย หลายคนอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราวในโรงเรียน ขณะที่หลายพันคนเลือกเดินทางข้ามแดนไปยังซีเรีย หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติระบุว่า ยอดชาวเลบานอนที่ต้องอพยพหนีการสู้รบเพิ่มเป็น 30,000 คน ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา และคาดว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังประเมินแล้วว่าความขัดแย้งจะยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น
ชาวอเมริกันอพยพออกจากตะวันออกกลางเกือบ 9,000 คน
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ทางการสหรัฐอเมริกาได้ออกคำเตือนให้ชาวอเมริกันอพยพออกจาก 14 ประเทศทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากอยู่ในความเสี่ยงสูง พร้อมทั้งสั่งปิดสถานทูตและอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตบางแห่งแล้ว เช่นที่จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย เลบานอนและคูเวต
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ขณะนี้ชาวอเมริกันเกือบ 9,000 คน เริ่มเดินทางออกจากตะวันออกกลางแล้ว ส่วนอีก 1,500-1,600 คนร้องขอความช่วยเหลือในการอพยพ ซึ่งทางการยังดำเนินการตามแผนที่เตรียมไว้อย่างต่อเนื่องตลอด 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวอเมริกันที่ยังอยู่ในภูมิภาค ติดตามข้อมูลจากทางการอย่างใกล้ชิดและบันทึกช่องทางติดต่อกับทางการไว้
สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านและเลบานอนยังคงน่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาคตะวันออกกลางในระยะยาว



