เมียนมาอภัยโทษนักโทษกว่า 7,000 คน ก่อนส่งมอบอำนาจให้รัฐบาลพลเรือน
เมียนมาอภัยโทษนักโทษ 7,000 คน ก่อนเปลี่ยนผ่านอำนาจ (02.03.2026)

เมียนมาปล่อยตัวนักโทษกว่า 7,000 คน ก่อนเปลี่ยนผ่านอำนาจสู่รัฐบาลพลเรือน

รัฐบาลทหารเมียนมา ภายใต้การนำของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ประกาศอภัยโทษแก่นักโทษจำนวนกว่า 7,300 ราย ที่ถูกตัดสินจำคุกในข้อหาสนับสนุนและให้ที่พักพิงแก่ 'กลุ่มก่อการร้าย' ซึ่งเป็นนิยามที่กองทัพใช้เรียกกลุ่มการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและกองกำลังติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐประหารในปี 2021 การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบอำนาจให้รัฐบาลพลเรือนในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าเป็นความพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นและลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

รายละเอียดการอภัยโทษและบรรยากาศการปล่อยตัว

นอกจากนักโทษในคดีก่อการร้ายแล้ว รัฐบาลทหารยังประกาศยกฟ้องและยุติการดำเนินคดีกับประชาชนอีกเกือบ 12,500 ราย ที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน โดยอ้างเหตุผลด้านมนุษยธรรมและเพื่อความสงบสุขของประชาชนเนื่องในโอกาสวันหยุดราชการ ณ เรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง มีการปล่อยตัวนักโทษประมาณ 300 คนในช่วงเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2569 โดยใช้รถบัสลำเลียงออกมา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื้นตันใจ ญาติพี่น้องจำนวนมากมารอรับพร้อมช่อดอกไม้และป้ายชื่อของบุคคลอันเป็นที่รักอยู่บริเวณหน้าประตูเรือนจำ

การปล่อยตัวนักโทษกลุ่มอื่นและความเห็นจากนักวิเคราะห์

นอกเหนือจากกลุ่มนักโทษคดีก่อการร้ายแล้ว รัฐบาลทหารยังประกาศปล่อยตัวนักโทษในคดีอื่นๆ อีกกว่า 2,800 ราย รวมถึงนักโทษชาวต่างชาติอีก 10 ราย โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดของความผิดชัดเจน นักวิเคราะห์มองว่าการอภัยโทษครั้งใหญ่ครั้งนี้เป็นความพยายามของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในการลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความชอบธรรมให้กับการเปลี่ยนผ่านอำนาจ หลังจากที่เมียนมาเพิ่งเสร็จสิ้นการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งพรรคที่กองทัพหนุนหลังได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย เนื่องจากพรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี ถูกสั่งยุบพรรคและสมาชิกจำนวนมากยังคงถูกคุมขัง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากกลุ่มผู้ประท้วงและอนาคตทางการเมือง

แม้รัฐบาลทหารจะอ้างว่าการเลือกตั้งและการอภัยโทษคือหนทางสู่ประชาธิปไตยและยุติสงครามกลางเมือง แต่กลุ่มผู้ประท้วงและนักสิทธิมนุษยชนยังคงมองว่านี่เป็นเพียง 'การสร้างภาพ' เนื่องจากนางอองซาน ซูจี ยังคงไม่ได้รับอิสรภาพ และการเลือกตั้งไม่ได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ที่กลุ่มชาติพันธุ์ควบคุมอยู่ ทั้งนี้ รัฐสภาชุดใหม่ของเมียนมาจะเริ่มเปิดประชุมในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า และจะมีการเลือกประธานาธิบดีในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ยังคงถูกจับตามองว่าอาจจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยตนเองภายใต้ระบอบใหม่นี้