ทรัมป์เตือนพันธมิตร หลังหารือ 7 ประเทศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์เตือนพันธมิตร หารือ 7 ประเทศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (16.03.2026)

ทรัมป์หารือ 7 ประเทศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เตือนจะจำไว้หากพันธมิตรไม่ช่วย

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญระหว่างเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่าเขาได้หารือกับประเทศต่างๆ ประมาณ 7 ประเทศ เกี่ยวกับการส่งกองกำลังเรือรบเข้ามาร่วม "ลาดตระเวน" และพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากที่เส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ถูกอิหร่านปิดกั้น ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ

จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกเน้นย้ำ

ทรัมป์ได้เน้นย้ำว่า จีน คือหนึ่งในประเทศที่เขาติดต่อไป เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่พึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมาก แม้ว่าเขาจะปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายชื่อประเทศอื่นๆ ทั้งหมด แต่มีการอ้างถึงกลุ่มพันธมิตรนาโต้และประเทศอื่นๆ ที่เชื่อว่าจำเป็นต้องปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในภูมิภาคนี้

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Financial Times ว่าเป็นเรื่อง "เหมาะสมอย่างยิ่ง" ที่นานาประเทศซึ่งได้รับประโยชน์จากช่องแคบฮอร์มุซ ควรเข้ามามีส่วนร่วมในการพยายามเปิดเส้นทางนี้อีกครั้ง เขายังได้กล่าวเตือนอย่างหนักแน่นว่า หากไม่มีการตอบรับจากประเทศอื่นๆ อาจส่งผลเลวร้ายมากต่ออนาคตของนาโต้ พร้อมเสริมว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ "ใจดี" กับพันธมิตรในยุโรปมากๆ แล้ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทรัมป์ตั้งคำถามถึงการช่วยเหลือจากพันธมิตร

โดนัลด์ ทรัมป์ได้ตั้งคำถามถึงความร่วมมือจากพันธมิตร โดยกล่าวว่า "เราไม่จำเป็นต้องช่วยพวกเขาเรื่องยูเครนก็ได้ เพราะยูเครนอยู่ห่างจากเราเป็นพันๆ ไมล์... แต่เราก็ช่วย ตอนนี้เราจะได้เห็นกันว่าพวกเขาจะช่วยเราบ้างไหม เพราะผมพูดมานานแล้วว่าเราจะอยู่เคียงข้างพวกเขาเสมอ แต่พวกเขาจะไม่ยอมอยู่เคียงข้างเรา และผมเองก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะมาช่วยจริงหรือไม่"

นอกจากนี้ เขาย้ำด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า "จะจดจำไว้" หากประเทศใดปฏิเสธที่จะช่วยเหลือในเรื่องนี้ ถ้อยแถลงของทรัมป์มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่เขาเรียกร้องให้จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่งเรือรบมาช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีประเทศใดตอบรับคำขอดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในระดับนานาชาติเกี่ยวกับความมั่นคงทางทะเลและการขนส่งพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที