สำนักข่าวอัลจาซีราได้เปิดเผยบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับงบประมาณที่สหรัฐอเมริกาใช้ในการโจมตีอิหร่าน ซึ่งอาจสูงถึง 6.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 230 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปฏิบัติการ Epic Fury เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 กุมภาพันธ์ 2569) ที่อาจใช้งบประมาณมากถึง 2.5 หมื่นล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น
การประเมินค่าใช้จ่ายจากนักวิจัยอาวุโส
นายคริสโตเฟอร์ เพบเบิล นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์สติมสัน ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินค่าใช้จ่ายที่แน่นอน เนื่องจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่ยืนยันออกมา การวิเคราะห์นี้จึงเป็นเพียงการประเมินจากค่าใช้จ่ายของปฏิบัติการต่างๆ รวมถึงปฏิบัติการทางเรือและระบบอาวุธที่เกี่ยวข้อง
รายงานจากสำนักข่าวอนาโดลู
อัลจาซีราได้อ้างอิงรายงานจากสำนักข่าวอนาโดลู ซึ่งประเมินว่าสหรัฐอเมริกาใช้เงินสูงถึง 779 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (2.5 หมื่นล้านบาท) ใน 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ Epic Fury ที่โจมตีเป้าหมายสำคัญและสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีการประเมินค่าใช้จ่ายในการเสริมกำลังทางทหารก่อนการโจมตี เช่น การเคลื่อนย้ายเครื่องบิน การส่งเรือรบมากกว่าสิบลำ และการระดมกำลังในภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 630 ล้านดอลลาร์ (2 หมื่นล้านบาท)
ข้อมูลจากศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่
ขณะที่ข้อมูลของศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่ (Center for New American Security) ระบุว่า การปฏิบัติการของกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี เช่น เรือ USS Gerald R Ford มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน (204 ล้านบาท) สำหรับอาวุธที่ถูกนำมาใช้ในสงครามอิหร่าน
รายละเอียดของปฏิบัติการ Epic Fury
ตามรายงานของ CENTCOM ปฏิบัติการ Epic Fury เกี่ยวข้องกับระบบอาวุธมากกว่า 20 ระบบ ทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และระบบป้องกันขีปนาวุธ โดยมีการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 1,000 แห่งในอิหร่าน เควิน โดเนแกน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ CENTCOM กล่าวกับอัลจาซีรา ว่า "เป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลในขณะนี้คือการลดทอนหรือทำให้ความสามารถในการโจมตีของอิหร่านลดลงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้พวกเขาสามารถก่อความเสียหายต่อไปได้"
ระบบอาวุธที่ใช้ในปฏิบัติการ
ระบบอาวุธบางส่วนที่ใช้ในปฏิบัติการนี้ประกอบด้วย:
- การโจมตีทางอากาศ: เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 และ B-2 สำหรับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์และทางทหารที่สำคัญ
- เครื่องบินขับไล่: F-35 Lightning II, F-22 Raptor, F-15 (สูญเสีย 3 ลำเหนือคูเวต), F-16 Fighting Falcon, F/A-18 Super Hornet, และ A-10
- เครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์: EA-18G Growler สำหรับการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์
- ระบบไร้คนขับ: โดรน LUCAS (ใช้งานในการรบครั้งแรก) และ MQ-9 Reaper สำหรับการเฝ้าระวังและโจมตีเป้าหมาย
- ระบบจรวดและปืนใหญ่: M-142 (HIMARS) และขีปนาวุธร่อน Tomahawk
- ระบบป้องกันขีปนาวุธ: Patriot และ THAAD สำหรับสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน
การโจมตีทางทะเลและสนับสนุน
การโจมตีทางทะเลได้รับกำลังสนับสนุนจากกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีสองกลุ่ม นำโดยเรือ USS Gerald R Ford และ USS Abraham Lincoln พร้อมด้วยเครื่องบิน P-8 Poseidon สำหรับการลาดตระเวนทางทะเล นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินขนส่งสินค้าและเติมเชื้อเพลิง เช่น C-17 Globemaster และ C-130 Hercules เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
การวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายมหาศาลของปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ความมั่นคงและเศรษฐกิจในภูมิภาคต่อไป



