สหรัฐฯ ใช้งบโจมตีอิหร่านสูงถึง 6.5 ล้านเหรียญต่อวัน อัลจาซีราเปิดเผยตัวเลข
สหรัฐฯ ใช้งบโจมตีอิหร่านสูง 6.5 ล้านเหรียญต่อวัน (03.03.2026)

สำนักข่าวอัลจาซีราได้เปิดเผยบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับงบประมาณที่สหรัฐอเมริกาใช้ในการโจมตีอิหร่าน ซึ่งอาจสูงถึง 6.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 230 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปฏิบัติการ Epic Fury เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 กุมภาพันธ์ 2569) ที่อาจใช้งบประมาณมากถึง 2.5 หมื่นล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

การประเมินค่าใช้จ่ายจากนักวิจัยอาวุโส

นายคริสโตเฟอร์ เพบเบิล นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์สติมสัน ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินค่าใช้จ่ายที่แน่นอน เนื่องจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่ยืนยันออกมา การวิเคราะห์นี้จึงเป็นเพียงการประเมินจากค่าใช้จ่ายของปฏิบัติการต่างๆ รวมถึงปฏิบัติการทางเรือและระบบอาวุธที่เกี่ยวข้อง

รายงานจากสำนักข่าวอนาโดลู

อัลจาซีราได้อ้างอิงรายงานจากสำนักข่าวอนาโดลู ซึ่งประเมินว่าสหรัฐอเมริกาใช้เงินสูงถึง 779 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (2.5 หมื่นล้านบาท) ใน 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ Epic Fury ที่โจมตีเป้าหมายสำคัญและสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีการประเมินค่าใช้จ่ายในการเสริมกำลังทางทหารก่อนการโจมตี เช่น การเคลื่อนย้ายเครื่องบิน การส่งเรือรบมากกว่าสิบลำ และการระดมกำลังในภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 630 ล้านดอลลาร์ (2 หมื่นล้านบาท)

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อมูลจากศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่

ขณะที่ข้อมูลของศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่ (Center for New American Security) ระบุว่า การปฏิบัติการของกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี เช่น เรือ USS Gerald R Ford มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน (204 ล้านบาท) สำหรับอาวุธที่ถูกนำมาใช้ในสงครามอิหร่าน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

รายละเอียดของปฏิบัติการ Epic Fury

ตามรายงานของ CENTCOM ปฏิบัติการ Epic Fury เกี่ยวข้องกับระบบอาวุธมากกว่า 20 ระบบ ทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และระบบป้องกันขีปนาวุธ โดยมีการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 1,000 แห่งในอิหร่าน เควิน โดเนแกน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ CENTCOM กล่าวกับอัลจาซีรา ว่า "เป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลในขณะนี้คือการลดทอนหรือทำให้ความสามารถในการโจมตีของอิหร่านลดลงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้พวกเขาสามารถก่อความเสียหายต่อไปได้"

ระบบอาวุธที่ใช้ในปฏิบัติการ

ระบบอาวุธบางส่วนที่ใช้ในปฏิบัติการนี้ประกอบด้วย:

  • การโจมตีทางอากาศ: เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 และ B-2 สำหรับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์และทางทหารที่สำคัญ
  • เครื่องบินขับไล่: F-35 Lightning II, F-22 Raptor, F-15 (สูญเสีย 3 ลำเหนือคูเวต), F-16 Fighting Falcon, F/A-18 Super Hornet, และ A-10
  • เครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์: EA-18G Growler สำหรับการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบไร้คนขับ: โดรน LUCAS (ใช้งานในการรบครั้งแรก) และ MQ-9 Reaper สำหรับการเฝ้าระวังและโจมตีเป้าหมาย
  • ระบบจรวดและปืนใหญ่: M-142 (HIMARS) และขีปนาวุธร่อน Tomahawk
  • ระบบป้องกันขีปนาวุธ: Patriot และ THAAD สำหรับสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน

การโจมตีทางทะเลและสนับสนุน

การโจมตีทางทะเลได้รับกำลังสนับสนุนจากกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีสองกลุ่ม นำโดยเรือ USS Gerald R Ford และ USS Abraham Lincoln พร้อมด้วยเครื่องบิน P-8 Poseidon สำหรับการลาดตระเวนทางทะเล นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินขนส่งสินค้าและเติมเชื้อเพลิง เช่น C-17 Globemaster และ C-130 Hercules เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

การวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายมหาศาลของปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ความมั่นคงและเศรษฐกิจในภูมิภาคต่อไป