ไฟไหม้ฟาร์มหมูในสหรัฐฯ สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ หมูตายนับพัน
เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้หมูกว่า 6,000 ตัวเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง โดยยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเกิดไฟได้อย่างชัดเจน
เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ฟาร์มไฟน์โอ๊ค
ฟาร์มไฟน์โอ๊ค (Fine Oak Farms) ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูที่มีหมูจำนวน 7,500 ตัว เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นเมื่อวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ไฟโหมกระหน่ำอย่างหนักที่อาคาร 2 หลังภายในฟาร์ม ทำให้หมูตายไปกว่า 6,000 ตัว กลุ่มควันสีดำลอยปกคลุมพื้นที่กว้าง สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร
ไบรอัน เบนนิงตัน หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเขตดับเพลิงร่วม Central Townships รายงานว่า มีการระดมหน่วยดับเพลิงหลายหน่วยในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือ แต่การควบคุมเพลิงใช้เวลานานเนื่องจากขณะเกิดเหตุมีลมพัดแรง ความเร็วลมประมาณ 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสูงสุดถึง 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ไฟลุกลามรวดเร็ว นอกจากนี้ ฟาร์มตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทที่มีน้ำไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ต้องขนส่งน้ำจากนอกพื้นที่มาช่วยดับไฟ
ผลกระทบและความเสียหาย
โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ มีหมู 1,500 ตัวที่รอดชีวิตถูกนำออกจากพื้นที่แล้ว และไม่มีสิ่งปฏิกูลของหมูปนเปื้อนแหล่งน้ำรอบข้าง หลังเกิดเหตุ 1 วัน สำนักข่าวต่างประเทศลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พบว่าความเสียหายกระจุกตัวในบริเวณเดียวของฟาร์ม ยังมีควันจางๆ ลอยขึ้นจากซากอาคารที่ไหม้เกรียม ขณะที่อาคารอื่นๆ ไม่ได้รับความเสียหาย
การสืบสวนและข้อกังวลด้านสวัสดิภาพสัตว์
สำนักงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแห่งรัฐโอไฮโอกำลังสืบสวนหาสาเหตุการเกิดเพลิง โดยยังไม่มีข้อสงสัยเรื่องการลอบวางเพลิง เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อนายเดฟ เฮย์สเลอร์ ตัวแทนจดทะเบียนฟาร์ม แต่เขาไม่ให้ความเห็น รวมถึงติดต่อโฆษกสภาสุกรแห่งโอไฮโอเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
จากสถิติของสถาบันสวัสดิภาพสัตว์ พบว่าในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เหตุไฟไหม้ฟาร์มในสหรัฐฯ ทำให้สัตว์ตายกว่า 99,000 ตัว ส่วนใหญ่เป็นไก่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาและจอร์เจีย ก่อนเหตุนี้ มีไฟไหม้ฟาร์มเกิดขึ้นแล้ว 12 ครั้งทั่วสหรัฐฯ ในปีนี้ โดย 3 ครั้งอยู่ในรัฐโอไฮโอ
แอลลี่ เกรนเจอร์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายของสถาบันสวัสดิภาพสัตว์ ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องน่าสยดสยองและเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างละเอียด พร้อมแสดงความเสียใจที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด



