ตรินิแดดพบศพทารกกว่า 50 รายในสุสาน คาดลักลอบกำจัดศพผิดกฎหมาย
ทางการตรินิแดดและโตเบโกกำลังเร่งตรวจสอบกรณีพบร่างทารกอย่างน้อย 50 รายและผู้ใหญ่ 6 รายถูกนำมาทิ้งไว้ในสุสานเมืองคูมูโต ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงพอร์ตออฟสเปน เมืองหลวงของประเทศไปประมาณ 40 กิโลเมตร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการประกาศสภาวะฉุกเฉินของประเทศเพื่อรับมือกับวิกฤตความรุนแรงจากแก๊งอาชญากรรม
การค้นพบที่สุสานเมืองคูมูโต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรินิแดดและโตเบโกเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่พบร่างไร้วิญญาณของทารกจำนวนมากและผู้ใหญ่รวม 6 ราย ซึ่งประกอบด้วยชาย 4 คนและหญิง 2 คน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าศพผู้ใหญ่ 5 ใน 6 รายมีป้ายระบุตัวตนติดอยู่ และมี 2 รายที่มีร่องรอยการผ่านการชันสูตรพลิกศพมาก่อนหน้า ตำรวจสันนิษฐานว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นการ"ลักลอบกำจัดศพที่ไม่มีญาติมารับอย่างผิดกฎหมาย" แต่ยังไม่ตัดประเด็นความเชื่อมโยงกับเหตุความรุนแรงจากแก๊งอาชญากรรมในประเทศ
ปฏิกิริยาจากผู้บัญชาการตำรวจ
พล.ต.อ. อัลลิสเตอร์ เกวาร์โร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่"น่ากังวลอย่างยิ่ง" พร้อมประกาศกร้าวว่าบุคคลหรือสถาบันใดก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดหน้าที่และกฎหมายในการจัดการศพจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เขาย้ำว่าต้องมีผู้รับผิดชอบต่อการจัดการศพที่ผิดกฎหมายและไร้มนุษยธรรมครั้งนี้
บริบทความรุนแรงในตรินิแดดและโตเบโก
ปัจจุบันตรินิแดดและโตเบโกอยู่ภายใต้การประกาศสภาวะฉุกเฉินมาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้อำนาจพิเศษแก่ตำรวจในการตรวจค้นและจับกุม ท่ามกลางวิกฤตความรุนแรงจากแก๊งมาเฟีย โดยในปี 2024 ที่ผ่านมา ประเทศที่มีประชากรเพียง 1.5 ล้านคนแห่งนี้มีสถิติการฆาตกรรมสูงถึง 623 ราย ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนการเดินทางไปยังประเทศนี้ เนื่องจากความเสี่ยงจากอาชญากรรมที่ยังคงเป็นความท้าทายหลัก แม้ว่าความรุนแรงจะเริ่มลดระดับลงบ้างเมื่อเทียบกับปี 2024 จากมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น แต่ในปี 2023 สหรัฐฯ เคยจัดอันดับให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่อันตรายที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยมีอัตราการฆาตกรรมอยู่ที่ 37 ต่อประชากร 1 แสนคน
การสืบสวนที่กำลังดำเนินอยู่
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาแหล่งที่มาของร่างทารกจำนวนมากเหล่านี้ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าถูกส่งมาจากสถานพยาบาลหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการผิดกฎหมายอื่นใดหรือไม่ การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านความปลอดภัยและจริยธรรมในประเทศที่กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง



